ผู้เขียน หัวข้อ: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++  (อ่าน 56341 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:20 »
โปรดสังเกตพื้นที่ช่วงวางขา คิดว่าเป็นไง โอเคไหมครับ..? ถ้าไม่โอเค ผมคงต้องบอกเสริมว่าตำแหน่งที่เบาะหน้าได้ถูกปรับตั้งไว้นั้น คือตำแหน่งการปรับเบาะสำหรับการนั่งขับของผมเอง ถ้าเลื่อนเบาะออกจากตำแหน่งที่ว่านี้มาข้างหลังเพิ่มอีก เบาะก็จะเลื่อนได้อีกแค่ราว 2นิ้วไม่เกิน

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:25 »
สั้นๆก็คือ เบาะคนขับเลื่อนมาข้างหลังจนเกือบสุดแล้ว หมีไฟฟ้าก็ยังนั่งอยู่ได้โดยไม่รู้สึกเหมือนหมีกระป๋อง

ที่ใต้เบาะนั้นโล่งมากจนสามารถเอาเท้าสอดเข้าไปได้อย่างลึก อันที่จริงผมเพิ่งค้นพบว่ามันโล่งขนาดไหน ก็ตอนที่วางขวดน้ำขนาด2ลิตร
ไว้ที่พื้นเบาะหลัง แล้ววันหนึ่งผมโดนรถอีกคันตัดหน้า ต้องเบรค ตอนเบรคนี่ขวดน้ำกลิ้งพรวดเดียวลอดใต้เบาะมาอยู่ข้างหน้าเลย

การที่สอดเท้าเข้ามาได้นี่แหละครับทำให้ขาของเราสามารถเขยิบมาข้างหน้าได้อีกและทำให้การโดยสารเบาะหลัง
สบายขึ้น ไม่เชื่อลองหาอะไรมายัดใต้เบาะหน้าดู แล้วนั่งโดยไม่เอาเท้ายัดใต้เบาะเลย ลองดูสิครับ

จากพื้นที่leg roomเหลือเฟือแล้ว แถมมีการเอนเบาะช่วยอีกอย่างนึง รับรองว่าถึงแม้ไม่ใช่คนขับ ก็เอ็นจอยไปกับการหลับบนเบาะหลังได้แน่นอน

อันนี้เป็นรูปแถม ค้นมาจากสมัยไปลองรถที่นิวตั้น จะไ้ด้เห็นภาพจากอีกมุมนึงครับ (เบาะหน้าปรับไว้ในตำแหน่งผู้ชายผอมสูงของคุณพีระ)

ปล. ตอนนั้นผมหนัก 137โล..เบากว่าและผอมกว่าตอนนี้แน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2008, 21:55 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:26 »
สำหรับท่านไหนที่ชอบพาเพื่อนๆเดินทางไกล 3-4 คนบ่อยๆ ปัญหาเรื่องการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเบาะหน้า ก็ไม่มีอีกต่อไป

แต่ถ้านั่งโดยสาร 5 คน การแย่งชิงที่ว่าอาจจะกลับมาอีกครั้ง!

เพราะแม้ช่วง Legroom และ Headroom ของ Tiida จะเหนือกว่าคู่แข่งทุกรายอย่างเห็นได้ชัด แต่ในเรื่องความกว้างภายในห้องโดยสารนั้น ถึงแม้จะออกแบบให้ใช้เนื้อที่ให้คุ้มที่สุดยังไง ท้ายที่สุดมันก็ไม่ใช่ห้องต้องประสงค์แบบที่จะพบได้ในนวนิยายแฮรี่พอตเตอร์หรอกครับ

ความที่ทุกอย่างต้องมาอยู่ภายในบอดี้รถที่กว้าง 1.695เมตร ทำให้เบาะหลังที่เคยเป็นสวรรค์เมื่อมีผู้นั่งสองคน เริ่มไม่ใช่สวรรค์ ถ้าต้องมีใครสักคนมาแทรกกลาง โอเค๊ มันก็ยังพอไปได้สำหรับสาวนางร่างชะลูด ถ้าแบบนั้นนั่งสามคนได้แน่นอนครับ ไม่บ่นด้วย แต่ถ้าเป็นผู้ชายร่างปกติสามคน จะมีการบ่นกันเกิดขึ้นแน่ๆ ผมเคยถูกบังคับโดยสถานการณ์ให้โดยสารไปบนเบาะหลังของ Honda Jazz กับชายสองคนที่คนนึงหนัก 70 อีกคนหนัก 84 บอกตรงๆว่าเมื่อมาอยู่ใน Tiidaนั้น สภาพของชายทั้งสามคนดีกว่าใน Jazz นิดเดียวจริงๆครับ

ลองดูรูปนี้จะเห็นว่าผมลองนั่งโดยเอาที่วางแขนลง ปรากฏว่าล็อคตัวผมได้แบบพอดีเด๊ะ ถ้าตัวผมใหญ่กว่านี้อีกแม้แต่นิดเดียว..อึดอัดแน่นอนครับ และถ้าเอาที่วางแขนขึ้น ผมก็จะนั่งสบาย คุณจะเอาคนตัวใหญ่เท่านายหมีเด๊ะๆอีกคนมานั่งด้วยก็ได้ แต่คนที่นั่งตรงกลางคงจะจำหน้าพวกเราได้ไปตลอดชีวิตที่ยังเหลืออยู่

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:26 »
ฉะนั้น ผมมักจะปากเสียให้โดนค้อนเสมอครับ เมื่อมีใครพูดออกมาว่า Tiida กว้าง..สบาย เพราะผมจะสวนขึ้นไปทันทีเลยว่า สบายโคด แต่มันไม่ได้กว้างนะ

ถ้าพูดถึงคำว่ากว้างจริงเป็นยังไง?ลองยกตัวอย่าง CR-Vตัวล่าสุดก็ได้ครับ เจ้านั่นผมกับชายหนัก 70กับ 84โลที่ว่านั่นเคยโดยสารแบบสามคนรวดในแถวเดียวมาแล้วโดยที่ไหล่แตะกันหน่อยๆ ไม่เกยกัน นั่นแหละครับคือกว้างของแท้


แต่ถ้าบอกว่า Tiida ห้องโดยสารยาวเนี่ย..ใช่! แม่เจ้าโว้ยความยาวของมันทำให้ผมนึกถึง Volvo 960 Executive รุ่นช่วงยาวนั่นเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 24, 2008, 00:26 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:27 »
ส่วนพื้นที่บรรทุกด้านท้ายรถนั้น ผมเคยได้ยินอย่างน้อยประมาณ 4-5เสียงที่เถียงกันว่า Tiida 5 ประตูใส่ถุงกอล์ฟได้จริงหรือไม่
"ใส่ได้สิวะ"
"ไม่ได้หรอก กว้างไม่พอ"
"ในโบรชัวร์ยังเห็นใส่ได้เลย"
"มันแต่งภาพเอาตะหากล่ะ"

งั้นก็พิสูจน์ให้เห็นกันจั๋งจั๋งล่ะกันครับว่าใส่ได้หรือไม่ได้ ดูตามภาพข้างล่างนี้เลย

จะเห็นว่าใส่ได้พอดีแบบเด๊ะๆ ถุงกอล์ฟในภาพนั้นมีหัวไม้ 1 ใส่อยู่ด้วยนะครับ แต่การใส่มันไม่สามารถเปิดท้ายแล้วโยนโครมใส่ได้เลยแบบเบนซ์ S-Class แต่ต้องเอาท้ายถุงเข้าก่อน แล้วเอาหัวถุงเข้าทีหลัง มีการเบี่ยงหลบไฟท้ายนิดหน่อย แต่สามารถยัดเข้าไปได้ทั้งถุงแน่นอนครับ

และเมื่อใส่ถุงกอล์ฟแล้ว เนื้อที่ที่เหลืออยู่จะสามารถให้คุณใส่กระเป๋าเดินทางใบแข็งขนาดเล็กได้สองใบ
โดยที่เบาะหลังอยู่ในตำแหน่งเอนลงมาเกือบสุด และถ้าไม่เอน ก็ยังสามารถเอากระเป๋าเดินทางแบบอ่อน
ยัดได้อีกสองใบสบายมากครับ แต่เจ้าแผ่นปิดห้องสัมภาระนั่น อาจจะต้องเอาออก ถ้าคิดจะบรรทุกอะไรที่มันมากกว่านี้ ..ไม่ถือว่ากว้างหรือจุได้เยอะครับ แต่ที่หลายคนบอกว่าถ้าถอยเบาะหลังไปจนสุดแล้วจะทำให้ห้องเก็บสัมภาระเล็กจนพึ่งพาไม่ค่อยได้..ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:28 »
ช่วงล่างและการขับขี่ : คิดว่ามันจะเหมือนรุ่นปีแรกๆแต่...


วินาทีแรกที่ผมเลี้ยวรถคันนี้ออกจากศูนย์ในวันแรก ผมรู้สึกประหลาดใจมาก

จะไม่ให้มากได้ยังไง ในเมื่อช่วงล่างที่ผมเคยชื่นชมว่าเป็นช่วงล่างที่เซ็ตมาได้อย่างเป็นกลาง เด็กขับซ่าพอได้ ผู้ใหญ่ขับแล้วไม่บ่น เก็บซับแรงกระแทกได้ดี

กลายเป็นช่วงล่างที่เก็บรายละเอียดผิวถนนมาซะหมด ภาษาชาวบ้านเรียกว่ากระด้างนั่นแหละครับ

อุแม่เจ้า..นี่ขนาดยาง185/65 ยังสะเทือนขนาดนี้ รถเรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่าวะเนี่ย ด้วยความสงสัยเลยต้องจอดรถแล้วต่อสายโทรศัพท์ไปถามคนสนิทที่ทำงานคนนึงที่ใช้ทีด้าอยู่ เค้าผู้นั้นได้ทำการเปลี่ยนโช้คมาแล้วสองครั้งเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเสียงดังตึงตังที่โช้คหลังเวลากระแทกช่วงล่างแรงๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดใน Tiida รุ่นแรกๆ การแก้ปัญหานั้นจบลงด้วยโช้คใหม่แบบเดียวกับรุ่น E20 ซึ่งมีความหนืดและหนึบกว่าของเดิมแบบรู้สึกได้ในทันที

เมื่อสอบถามจนมั่นใจแล้วว่า มันเป็นของมันอย่างนี้แหละ เลยขับรถต่อมาด้วยความเซ็ง ยังดีที่ระหว่างคุยกันนั้น พี่เขาได้บอกมาด้วยว่าช่วงแรกๆมันจะแข็ง แต่หลังๆมันจะเริ่มอ่อนนุ่มขึ้นนิดหน่อย ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

ณ เวลาที่เขียนบรรทัดนี้อยู่ รถผมวิ่งมาเกือบ 1,700กิโลเมตรแล้ว และก็รู้สึกว่ามันเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นนะ ยังกระด้างอยู่แต่ไม่สะเทือนเท่าตอนใหม่ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2008, 21:56 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:30 »
ฉะนั้นผมขอถือโอกาส update ข้อมูลจากการเทสต์ของคุณ JIMMY ในเรื่องของช่วงล่างว่า Tiida ตอนนี้ ไม่ใช่ช่วงล่างสไตล์คุณพ่อคุณแม่แล้วครับ เป็นช่วงล่างสไตล์วัยรุ่นที่กระด้างบนถนนขรุขระ แต่ตอบสนองยามขับแบบรุนแรงได้ดีขึ้นเป็นข้อแลกเปลี่ยน

ผมได้มีโอกาสคุยกับช่างอนันต์แห่งศูนย์กรุงไทยเรื่องโช้คเพื่อสอบถามว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ช่างอนันต์เปิดสมุด part ให้ดูประกอบคำอธิบาย confirmแน่นอนว่าโช้คหลังของรุ่นแรกกับรุ่น E20 มันคนละตัวกันเลยครับ part number ไม่เหมือนกัน และในส่วนของการโมดิฟายทางเทคนิคที่เกิดขึ้น ก็คือการย้ายตำแหน่งของสปริงขดเล็กภายในกระบอกโช้ค หรือ Rebound สปริงจากส่วนล่าง ขึ้นมายังส่วนบน

นั่นก็ทำให้เมื่อโช้คยุบตัว มันจะยุบไปเจอ Rebound สปริงรออยู่ไม่ไกล ส่วนตัวเก่านั้น โช้คต้องยุบไปมากกว่าถ้าอยากจะเอ๋กับสปริงที่ว่านี่ ผลก็คือความรู้สึกหนืดหนึบราวกับโช้คแก๊ส after market เจ้า Tiida ในปัจจุบันขับสนุกขึ้นกว่าเดิม โยนโค้งได้มั่นคงกว่าเดิม กระด้าง สะเทือนบ้าง แต่ไม่ใช่เด้งเป็นนิวลูกชิ้นปลานายใบ้แบบรถตัดสปริงโหลดหรือ Civic รุ่นปี 2001-2002 ที่เด้งและโยนผู้โดยสารหลังไปมาบนเนินสะดุดหรือคอสะพานเมื่อขับผ่านด้วยความเร็วสูง ถ้าเปรียบผู้โดยสารเป็นลูกเทนนิส รถเหล่านั้นจะเหมือนลูกเทนนิสที่ถูกโยนไปมา แต่ Tiidaจะเหมือนกับกับเอามือนึงจับลูกเทนนิสไว้ในขณะที่มืออีกข้างตบป้าบเข้าที่ด้านล่างแรงพอประมาณ

เสริมข้อมูล จากการที่ได้ไปนั่งคุยกับช่างอนันต์เพิ่มเติมเพื่อขอความเห็นเรื่องโช้ค ก็ได้ความรู้เพิ่มเติมมาว่า
Tiida นั้นจะมีโช้คหลังอยู่ 3 แบบ ซึ่งรหัส part number ยาวยืดจนผมจำไม่ได้ เลยขอใช้ codeแบบที่ช่างอนันต์เรียกละกันครับ

โช้คอัพแบบ B - คือโช้คอัพที่ใช้กับ Tiida รุ่นแรกๆ โช้ครุ่นนี้มีความนุ่มนวลมากที่สุดเหมาะไว้ใช้เดินทางแบบสบายๆ แต่มีปัญหากับเสียงดังตึงตังเวลากระแทกแรงๆ

โช้คอัพแบบ C - จากปัญหาเสียงดังในโช้ครุ่น B นิสสันจึงพยายามแก้ไขปัญหาโดยการปรับเปลี่ยนรายละเอียดในโช้คใหม่ ทำให้โช้คอัพ C นี้แก้ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนได้สำเร็จ แต่กลับสร้างปัญหาเรื่องความแข็งกระด้างที่แม้แต่นักขับหัวใจวัยรุ่นบางท่านยังบอกว่าแข็งเกินไป

โช้คอัพแบบ E - หลังจากที่โช้คอัพแบบ B ไม่เป็นที่ประทับใจเท่าที่ควร นิสสันจึงพยายามทำออกมาใหม่อีกรุ่นโดยดึงความกระด้างของรถเข้าหาความเป็นกลางมากขึ้น จึงได้มาเป็นโช้คอัพรุ่น E ซึ่งเป็นแบบที่ใช้ในรถE20 รวมถึงคันของผมนี้ด้วย (แต่ผมว่าช่วงล่างด้านหน้าก็ยังรู้สึกว่าอยากให้นุ่มกว่านี้ครับ)

[อัพเดท ตุลาคม 08] ณ ตอนนี้ โช้คล็อต B ได้ข่าวว่าไม่มีของให้เบิกแล้วครับ หรือถ้ามีก็ต้องควานหาตามสต็อคเอา ดังนั้นถ้าอยากได้ช่วงล่างนุ่ม
ก็ต้องทำงานเหนื่อยหน่อย มีอีกวิธีคือประกาศหาตามกระทู้ เผื่อมีใครที่ใช้Tiidaรุ่นปี06-07กลางปี ซึ่งเป็นโช้คล็อตB แต่ไปเปลี่ยนเป็นช่วงล่างซิ่งมา
ก็ขอซื้อต่อมาเลยก็ได้ ถึงจะเป็นมือสอง ผมก็เชื่อว่าโช้ครถสมัยนี้ถ้าใช้งานตามปกติ มันก็มีอายุการใช้งานได้แสนโลครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2008, 17:24 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:32 »
สิ่งนึงที่แปลกก็คือ ในรถขับเคลื่อนล้อหน้าจากโรงงานผมมักพบว่าช่วงล่างหลังจะด้างกว่าช่วงล่างหน้า แต่สำหรับ Tiida 5 ประตุนี้จะกลับกัน ผมให้เพื่อนช่วยขับให้โดยตัวเองทดลองนั่งหลัง เสร็จแล้วย้ายมาขับเอง ทำอยู่ 2-3รอบ คิดว่าแน่ใจครับว่าช่วงล่างหลังให้ความสบายได้มากกว่าจริง

การขับขี่บนทางตรง แบบทางไกล นิ่ง แน่น และไว้ใจได้ในระดับที่ดีกว่ารถญี่ปุ่นจากยุค 15 ปีก่อนแบบคนละเรื่อง (ซึ่งรถค่ายอื่นเค้าก็ปรับปรุงดีขึ้นในแนวทางเดียวกัน) ถ้าไม่ใส่ใจมองเข็มวัดความเร็วให้ดีระวังจะเผลอไหลขึ้นไปอยู่ 145 ก.ม./ช.ม. จนโดนด่านพระรามเก้าออกใบสั่งแบบผม

จุดอ่อนของรถคันนี้บนการวิ่งบนทางยกระดับคือลมปะทะข้าง เพราะรูปทรงของรถที่มีด้านข้างเป็นแบบตัดดิ่งตรง บวกกับหลังคาที่ค่อนข้างสูง การวิ่งในที่ที่ลมพัดแรงตัวรถจะมีอาการวูบวาบให้รู้สึกได้ หรือการวิ่งตัดผ่านท้ายรถทัวร์ อาการจะออกมากหน่อย จะทำให้ผู้ขับรู้สึกระแวงได้ แม้ว่าจริงๆแล้วรถไม่ได้เฉออกนอกทางอย่างที่คิด ถ้ามือจับพวงมาลัยอยู่ก็ไม่มีปัญหา แก้กันนิดหน่อย แต่ถ้าเล่นปล่อยมือจากพวงมาลัย
แล้ววิ่งผ่านรถทัวร์..ก็ระวังรถเปลี่ยนเลนเองละกันครับ อันนี้เป็นข้อได้ข้อเสียจากดีไซน์ของรถซึ่งต้องแลกกันบ้าง

แต่ถ้าไม่มีลมปะทะด้านข้าง Tiida จะวิ่งตรงได้ฉิวอย่างกับลูกดอกครับ สบายหายห่วง ที่ 180ก.ม./ช.ม. ถ้าไม่มีลมตีข้างรถล่ะก็
บอกได้ว่าไม่มีส่ายไม่มีร่อน ให้ความมั่นใจชนิดที่น่าฉงนมาก แม้จะไม่ใช่ความมั่นคงทรงตัวที่จะได้ใช้กันบ่อย (หรือ"ไม่ควร"จะใช้บ่อยๆ)

พวงมาลัยที่เคยเบาจนแทบเอานิ้วก้อยเกี่ยวเพื่อหมุนได้ในช่วงความเร็วต่ำ จะกลายเป็นหนักและฝืดขึ้นแบบคนละเรื่องในความเร็วสูง ถ้ามองในแง่ของรถสำหรับการใช้งาน นี่เป็นพวงมาลัยที่คุณจะรักมันไปจนกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าขับชุดพวงมาลัยจะเสีย ที่ความเร็ว 160ก.ม./ช.ม. คุณอาจมีความรู้สึกมั่นใจจนกระทั่งรู้ตัวอีกที คุณขับโดยเอามือซ้ายกุมมือคนข้างๆ และมือขวาหนีบพวงมาลัยไว้ด้วยนิ้วสองนิ้ว ซึ่งทำได้ แต่ไม่ปลอดภัย

แต่ถ้าขับแบบหุนหันรุนแรง ผมพบว่า Tiida มีลักษณะการตอบสนองตามธรรมชาติการเซ็ตพวงมาลัยของรถบ้านสไตล์นิสสัน ซึ่งจะไม่ทดไวนัก ทำให้หักไปหักมาได้นิดหน่อยโดยที่รถยังไม่เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว และเมื่อต้องการหักซ้ายแล้วต่อด้วยขวาอย่างเร็ว หรือพูดภาษาธรรมดาว่า "มุด"แบบที่พวกวัยรุ่นชอบทำ Tiida จะต้องหมุนไปมากองศาสักหน่อย ในขณะที่ฮอนด้าหมุนซ้ายนิด ขวาหน่อย ก็บังคับรถแทรกไปตามรูต่างๆได้อย่างคล่องตัว

เรื่องแบบนี้ ต้องแล้วแต่ความชอบของผู้ใช้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 05, 2008, 00:42 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:35 »
ในความเห็นเจ้าของรถอย่างผมก็คือ การเซ็ตช่วงล่างดีสำหรับคนชอบขับเที่ยวภูเขาครับ แต่ถ้ากระด้างน้อยกว่านี้โดยทำให้เกาะถนนเท่าๆเดิมได้ยิ่งดี แม้จะไม่ใช่สไตล์แบบที่คุณจะได้รับจากเปอโยต์ 406 EA9 หรือ ฟอร์ด โฟกัส พวกนั้นทำได้ดีกว่าในการพยายามบาลานซ์ระหว่างความนุ่มและความเกาะถนน ส่วน Tiidaตัว E20นี้ ผมคิดว่ากระด้างไปนิดครับถ้าต้องขับผ่านถนนขรุขระบ่อยๆ..ฟีลลิ่งบนถนนขรุขระคล้ายคลึงกับ BMW 320d ตัวปัจจุบันนี่มาก (เฉพาะบนถนนขรุขระนะ ไม่ใช่บนไฮเวย์ที่ความเร็ว200)

ดังนั้น ถ้าที่บ้านต้องให้คุณตา คุณยายโดยสารเป็นประจำ .จะเป็นความคิดที่ดีถ้าให้พวกเค้าได้ลองนั่งไปกับคุณตอนทดลองขับครับ

ที่ต้องเตือนกันแบบนี้เพราะทั้งพ่อผมบอกว่า"คันนี้ช่วงล่างมันแข็งนะ"
แม่ผมพูดว่า"มันกระด้างไปนิดนึง..แต่ก็ช่างมันเหอะน่า" และครอบครัวชาวแบงค์ทหารไทยซึ่งผมพาไปออกรถTiida ที่กรุงไทย ซึ่งจองรถ
โดยไม่ได้ลองขับก่อน พอได้มาขับจริงๆ โทรคุยกันหลังเลิกงาน เค้าก็เล่าให้ฟังว่ามันสะเทือนจัง หลานตัวเล็กของเค้าก็บอกว่าแข็ง
แต่ถ้าเป็นพวกเพื่อนทะโมนวิภาวิดีของผม กลับบอกว่า "เจ๋งว่ะ ใช่เลย ชอบประมาณนี้เลย" รุ่นพี่ที่ทำงานผมเสริมว่า"เนี่ยแหละ กำลังดีไม่อ่อนไม่แข็ง"

ไม่ต้องเสียเวลางง ไปลองขับเลยครับ แค่เล่าให้ฟังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลองของจริงก่อนซื้อครับจะได้ไม่ต้องมาบ่นกันตอนหลัง


ขออีก 1 ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องยาง

ยาง Bridgestone B250 ที่ติดรถมานั่น น่าจะถอดออกแล้วจับไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เก้าอี้นั่งซะดีกว่า เพราะสิ่งแรกที่ยกธงขาวยอมแพ้ในโค้งก็คือยางตัวนี้แหละครับ แถมพอฝนตก ผมแตะเบรคแค่ครึ่งเดียวที่ความเร็ว 60 ปรากฏว่า ABS ทำงานยังกะเครื่องจักรกินสเตอรอยด์..ไม่ไหวเลยครับ ถ้าคิดจะเปลี่ยนยาง ไม่ต้องลังเลเลยครับ แต่ถ้าไม่เปลี่ยน..ก็ไม่เป็นไรครับถ้าคุณขับรถเป็นระเบียบและปฏิบัติตามกฏจราจรโดยไม่ขับรถให้เสี่ยงอันตราย มันไม่ใช่ยางดี แต่ก็ไม่ได้แย่จนวิ่งๆไประเบิดเองได้หรอกครับ

ขออย่างเดียวว่าอย่าได้ไปนั่ง Tiida ที่ใส่ GR80ซะล่ะ เพราะนั่นจะกระตุ้นต่อมเสียเงินแน่นอนครับ ร่องถนน รอยขรุขระจะถูกซึมซับอย่างชนิด
ที่ต่อให้หลับตานั่งก็ยังแยกออกว่าคันไหนยางเดิม คันไหนยางเปลี่ยนมาใหม่ [ขอบคุณตา@Note@สำหรับการให้ผมได้ลองขับยางตัวนี้ครับ]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 05, 2008, 00:52 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:39 »
การเก็บเสียง : Class Leading BUT...

สิ่งหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Tiida ก็คือความสามารถในการเก็บเสียงจากภายนอกรถไม่ให้เข้ามาทำลายความสุนทรีย์ภายในห้องโดยสาร

จริงอยู่ว่าคุณคงไม่ได้ความเงียบประหนึ่ง Lexus LS ราคาหลายล้าน แต่สำหรับ Tiida Hatchback นั้น ผมยอมรับว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ แม้ว่ารถผมจะติด weather guard ที่ประตูทั้ง 4 บาน เสียงลมน่าจะดังชัดเจนมากกว่านี้ แต่ที่ความเร็ว 110 กลับมีให้ได้ยินแค่เบาๆชนิดที่ไม่ต้องปรับความดังของเครื่องเสียงเพิ่มแม้แต่1บิด เพื่อให้ได้เสียงเข้ารูหูเท่าเดิม เสียงลมกรีดผ่านกระจกส่องข้างที่คาดว่าต้องเจอแน่ๆ ก็ยังไม่ดังเท่าเสียงลมที่ตี weather guard ด้วยซ้ำ ต้องวิ่งกันประมาณ 140 ขึ้นไป ผมถึงรู้สึกว่าต้องปรับเพิ่มเสียงวิทยุหน่อยละ

เสียงจากเครื่องยนต์ หรือเสียงจากยาง Bridgestone เอื้ออาทร ก็ถูกกั้นเอาไว้ภายนอกโดยมีเล็ดรอดเหลือเข้ามาภายในเพียงเล็กน้อย ยิ่งถ้าพูดถึงเสียงเครื่องยนต์ล่ะก็ แม้แต่เพื่อนผมท่านนึงซึ่งไม่เคยใยดียี่ห้อนิสสันเลย ("พ่อไอชื่อฮอนด้า แม่ไอชื่อโตโยต้า ยี่ห้ออื่น ไอไม่ยุ่ง" นี่quoteจากคำพูดเค้าเลยนะครับ) ยังแปลกใจ และถึงกับขอให้ผมปิดวิทยุและแอร์ทั้งหมด เพื่อฟังเสียงเครื่องเบิ้ลอยู่กับที่

เพื่อนผมคิดว่าที่รอบเดินเบานั้น เดินได้นิ่งมาก ถ้าไม่ได้จอดอยู่ในที่แคบๆสะท้อนเสียงดีๆ ไม่มีทางรู้ว่าเครื่องยนต์ทำงานอยู่
สำหรับคนที่ใช้รถเครื่อง 6 สูบเรียงมาก่อน ผมบอกได้เลยว่าดีกรีของความสั่นสะเทือนที่รู้สึก มันน้อยเท่ากันเลย Tiida จะสั่นกว่า
นิดหน่อยเวลาคอมแอร์ทำงาน ถ้าเทียบกับเบนซ์ที่เป็น 4 สูบ พูดได้เลยว่าเสมอกัน

เรื่องคอมแอร์ทำงาน จะบอกว่าการจัดการระบบไฟด้วยแบตลูกเล็กนิดเดียวก็จริง แต่อาการไฟวูบชัดๆเวลาคอมแอร์ต่อ Tiida มีน้อยมากครับ

ในเมื่อมันเงียบนัก เพื่อนรักเลยสั่งให้เร่งเครื่องขึ้นไป 1500 รอบ ..เสียงเครื่องเริ่มมี แต่ก็ยังถือว่าเบาอยู่.. 2000 รอบ ..เพิ่งมีเสียงเข้ามานิดเดียว..2800 รอบ..โอเคเสียงเครื่องมาเต็มๆเลยพร้อมกับอาการสั่นหน่อยๆสไตล์เครื่องสี่สูบ ("ดีว่ะ กว่าเสียงจะมาแ..งต้องเร่งไปเกือบ3พัน" เพื่อนให้คอมเมนต์)

และในการเดินทางที่ความเร็ว110 หรือต่ำกว่า เสียงเครื่องยนต์โดนเสียงอย่างอื่นกลบหมด แต่ถ้าเพิ่มเป็น 120 ก็จะมีเสียงเครื่องยนต์เข้ามาบ้างละ ..

แต่.....

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:40 »
การเก็บเสียงจากอวัยวะต่างๆที่อยู่ภายในห้องโดยสาร เป็นเรื่องที่ทำผมหงุดหงิดมากครับ

ก็หลังจากที่วิศวกรและผู้ประกอบรถพากันทุ่มเทความสามารถในการเก็บเสียงจากภายนอกได้ดีแบบนั้น เสียงจากภายในรถนั้นดังมาจากส่วนต่างๆ เช่นขอบประตูบ้าง ฝาท้ายบ้าง แถมดังแบบกวนส้นราวกับรถคันนี้มีชีวิตและจงใจจะกวนบาทาผมซะด้วย

อย่างวันนี้ ผมขับไปสระบุรีมา หลังจากขับเงียบๆมาได้สักพัก เสียงดัง เต้ด เต้ด คล้ายกับเหล็กดีดจะดังมาจากขอบประตูด้านคนขับ เคยลองเอากล่องเหล็กแบบฝามีบานพับมาเปิดฝา คว่ำลง แล้วเขย่าไปมาไหมครับ มันได้อารมณ์นั้น แต่ดังกว่ามาก

แล้วยังมีฝาท้ายเจ้ากรรม ที่พอถนนขรุขระเข้าหน่อย ..ไม่ต้องลูกรังหรอกครับ เอาแค่ถนนปูนที่ใช้งานมา 10 ปีที่พบได้ตามชานเมืองก็พอ มันจะสั่นฝาท้ายเสียงเหมือนคุณเอาไอ้กล่องเหล็กฝามีบานพับตะกี้มาเอานิ้วสองนิ้วเคาะแรงๆถี่ๆ

เมื่อเอาสองเสียงนี้รวมกัน คุณจะได้วงดนตรี Unwelcome Percussion ที่รบกวนสมาธิในการขับพอสมควร และในเมื่อรถคุณเก็บเสียงได้เงียบสนิทมาก เสียงพวกนี้เลยกลายเป็นเสียงที่โดดเด่นขึ้นมาและอย่าหาผมเวอร์เลยครับ..มันทำผมเสียสติไปได้พักใหญ่ๆทีเดียว

ในกรณีคันอื่นๆที่เขาเล่ากันมา ยังจะมีเสียงที่ดังจากคอนโซลหน้าตรงช่วงที่แผงแดชบอร์ดบรรจบกับเสา A Pillar อีก แต่ในกรณีนี้ ทั้งศูนย์บริการ และทางเจ้าของรถใน Tiida Club เค้าก็หาทางแก้ไขกันจนสำเร็จไปแล้ว เสียงกลอนท้าย ก็มีเจ้าของรถหลายท่านแก้ได้ด้วยตัวเองไปแล้ว แต่โชคร้ายที่ทุกวิธีที่ผมลองไป มันไม่เวิร์คเลย ดังนั้นผมคงต้องพาไปศูนย์เพื่อแก้อาการนี้อีกครั้ง ..เคยไปแก้มาแล้ว และหาย...ย..ไปประมาณ 100กิโลเมตร แล้วมันก็กลับมาดังอีก

ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต..รู้..แต่มันน่ารำคาญน่ะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับรถที่เพิ่งเอามาใช้ได้แค่เดือนนิดๆ

ผมภาวนาให้ช่างแก้เสียงพวกนี้ได้ ถ้าเสียง Percussion บ้าๆพวกนี้ออกไปจากชีวิตผมได้ ผมจะมีความสุขมาก

ผมเอาไปหาช่างอนันต์รอบแรก ลองไม่ทำอะไร หล่อลื่นกลอนประตูท้าย และด้านข้าง ไ้ด้ผล....ลลเอ่ออ อยู่ประมาณ2วัน
หลังจากนั้นก็กลับมาดังแบบเดิมครับ

ช่วงนั้นต้องขับไปสระบุรีซะด้วย ไอ้วงดนตรีจิ้งหรีดนรกนี่ก็ดังไปตลอดครึ่งทาง ผมคลั่งไปอยู่นานจนกระทั่งสัปดาห์ต่อมา
ผมตัดสินใจนำรถเข้าไปให้ช่างอนันต์ที่รามอินทราอีกครั้งนึง และการแก้ไขในครั้งนี้ รวมถึงการตั้งกลอนประตูหลังใหม่
และตั้งกลอนประตูข้างที่ดังเพิ่มเติมด้วย

ผลที่ได้คือได้ผล..ลเอ่ออ อยู่ประมาณ 2 วัน หลังจากนั้นก็ดัง แต่ไม่ใช่ดังสุรุ่ยสุร่ายแบบเก่า
ต้องกระแทกหรือสะเทือนมากจริงๆจึงจะมีเสียงรบกวน เพื่อนๆบางท่านก็ประสบปัญหาแบบเดียวกับผม บางท่านก็แก้ไขไปได้ด้วยดี
แต่สำหรับตัวผมเอง คงไม่ต้องไปแก้อะไรอีก เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็พอใจในระดับหนึ่งแล้วครับ เพราะนานๆที่จะได้ิยินวงดนตรี
มันออกมาเล่นสั้นๆสักที บางวันขับๆไปก็ไม่ได้ยินเสียงเลย

[เพิ่มข้อมูลให้ เดือน ต.ค.08]
สำหรับปัญหาเรื่องเสียงต่างๆที่เจอ ผมคิดว่าหนทางแก้มันพอมีครับ เลยขอบอกไว้ตรงนี้บ้าง

1) เสียงแก้ก หรือเสียงเต้ดๆดังจากประตู ถ้าดัง ลองเอามือดันประตูออก ดันตรงจุดที่มันใกล้เสากลาง ถ้าหาย ให้ตั้งกลอนประตูให้แน่นขึ้น
    และทำ DIY สอดสายยางออกซิเจนเข้าตามยางขอบประตู 2อย่างนี้ผมได้ลองทำกับบานคนขับเจ้าปัญหาแล้ว และใช้มา 1,500กิโลเมตรโดย
    ไม่มีเสียงนั้นกลับมาอีก

2) ทำตามข้อ 1แล้วแต่เสียงยังดังอยู่ แต่เอามือดันประตู(ไม่แรงมาก)แล้วหาย เอาHelloheel..แผ่นเสริมขอบส้นรองเท้าที่ใช้กันรองเท้ากัดน่ะครับ
    แปะซ้อนกัน 3 แผ่น แล้วเอาไปติดที่ประตู เพื่อให้มันเข้าไปยันส่วนที่มีการเสียดสีกันจนเกิดเสียง เมื่อมีวัสดุคล้ายผ้ามายัน เสียงจะลดลงครับ

3) เสียงฝากระโปรงท้ายกลอนลั่น- ให้ตั้งกลอน แล้วดึงยางขอบประตูท้ายออกมา บิดูจะพบรูเล็กขนาด2-3มิล เราเอาสายยางออกซิเจนสอดได้
    แต่มันจะสอดได้ไม่ถึงฝั่งขวา เพราะขอบยางตรงกลางมันจะรีดจนตัน ต้องสอดซ้ายอัน สอดขวาอีกอัน นี่คือวิธีแก้ตาม service
    bulletinของนิสสัน ทำแล้วฝากระโปรงหลังจะปิดยากขึ้นบ้าง แต่ก็ขอให้ทำเถอะ เพราะการตั้งกลอนอย่างเดียวผมคิดว่าทำไปก็ไม่หายครับ

4) เสียงแกร่กๆที่พวงมาลัย ดังมาจากคอพวงมาลัย เวลาเลี้ยว - หล่อลื่นจารบีก็หายครับ
 
5) เสียงดังที่เสา A- นี่คือเสียงที่ผมยังไม่เคยเจอเลย แต่คนอื่นเจอกันเยอะ ใช้วิธีเปิดฝาครอบตรงมุมเสาแล้วใช้วัสดุฟองน้ำดัน

อย่าเพิ่งเริ่มเบื่อซะก่อนล่ะครับ เสียงพวกนี้น่ารำคาญแต่ในเมื่อมันเกิดจากการเสียดสีกระทบกระทั่งของวัสดุในจุดนั้น วิธีแก้ก็คือเอาอะไรก็ตาม
ที่เสียดสีแล้วไม่เกิดเสียงไปยัด ไม่งั้นก็คือทำให้มันบีบอัดแน่นจนขยับให้เกิดเสียงไม่ได้ พวกนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายครับ

แต่เอาเสียงพวกนี้ออกไป เอาแบบให้หมดจดเลยนะ Tiidaจะมีห้องโดยสารที่เงียบสงบประหนึ่งรถยุโรปคันละ 2 ล้านกว่าๆ เชื่อไหม!
ถ้าไม่เชื่อ..กรุณาไปลองขับ BMW Rover Mini Cooper แต่แยกเสียงภายนอกกับเสียงท่อไอเสียให้ออกจากกัน Cooperรถทำมาเน้น
ขับสนุก เสียงท่อจะดังเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แต่การเก็บเสียงอื่นๆ เท่าที่ผมลองขับ ผมว่าถ้าไม่ดีเท่ากันจริง Cooperก็ดีกว่าแค่นิดเดียวครับ

แต่คงไม่ขอพูดเวอร์ขนาดว่าเงียบเท่าLexus LS460 รถยักษ์ที่วิ่งได้120โดยเสียงลมเบาเท่าคนหายใจนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 05, 2008, 01:10 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:41 »
อัตราเร่ง และการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง : บางคน Surprise..บางคนอาจจะไม่


เรามาลองดูการเทสต์ของผม แต่ทำในสไตล์เดียวกับคุณ JIMMY ดูละกันครับ

เลียนแบบเหรอ ? ใช่ แต่ก็ไม่เหมือนเด๊ะหรอกครับ
เพราะในขณะที่คุณ JIMMY เจาะจงที่จะใช้น้ำมันเบนซิน 95 ในการทดสอบรถเครื่องเบนซินเสมอมา

ในครั้งนี้ผมตัดสินใจที่จะเลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 แทน

เหตุผลหรือครับ ? เพราะตอนนี้น้ำมันเบนซิน 95 สุดที่รักของเรา นับวันยิ่งหาปั๊มเติมยากขึ้นเข้าไปทุกที หลายปั๊มที่ผมคุ้นเคยทยอยปิดหัวจ่ายเบนซิน 95 และแทนที่ด้วยน้ำมันชนิดอื่นกัน ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะเติมเจ้า E10 นี่ล่ะครับ แต่เป็น E10 ออคเทน 95 ซึ่งในพ.ศ.นี้ ไม่ว่าไปที่ไหนก็มีขายทั้งนั้น และด้วยราคาน่าดึงดูดใจที่ถูกกว่า 91 อยู่ราว 7-8 บาทต่อลิตร ทำให้มีความคุ้มค่าน่าสนเพิ่มขึ้นอีกโข

ทำไมไม่เติม E20? ผมคิดว่าความแพร่หลายของน้ำมันประเภทนี้ยังไม่มากพอครับ และราคาก็ถูกลงกว่า E10 จึ๋งเดียว ในชีวิตจริงของผมก็เติม E10 สำหรับคันนี้และยึดถือเป็นเชื้อเพลิงหลัก ดังนั้นจึงขอใช้ตัวนี้ละกันครับ

การวัดอัตราการสิ้นเปลืองแบบเดินทางไกลความเร็วคงที่ ผมเลือกเติมปั๊ม Esso ที่พระราม 6 และใช้เส้นทางด่วน พระราม 6 ลงบางปะอิน เส้นทางเดียวกับที่คุณ JIMMY ใช้ทดสอบรถทุกคันของเขา เพื่อจะดูความแตกต่างว่าเมื่อเปลี่ยนเป็นโซฮอล์95 จะเป็นอย่างไร

ขอแจ้งเพิ่มว่าในการทดสอบ รถคันนี้จะบรรทุกน้ำหนักผมคนเดียว ซึ่งนั่นก็เท่ากับน้ำหนักคุณJIMMY บวกกับน้ำหนักตัวน้องชายคนเล็กอยู่แล้ว จึงไม่หาคนมาเพิ่ม และรถคันนี้เพิ่งวิ่งมายังไม่ถึง 2,000กิโลเมตร ดังนั้นเมื่อเครื่องเคราต่างๆเข้าที่ อาจมีโอกาสได้เห็นตัวเลขที่ดีกว่านี้ครับ แต่ก็จะเอาตัวเลขมาบอกกัน เพราะเลขที่ได้ มีโอกาสที่จะเป็นค่าตัวเลขอย่างแย่ ซึ่งถ้าท่านได้ซื้อTiidaมาขับเองและใช้ไปผลระยะรันอิน ตัวเลขที่ได้จะดีกว่านี้

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:42 »
ก่อนอื่นก็ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อน..ตรงนี้เลยมีโบนัสแถมให้ผู้อ่านอีกหนึ่ง เพราะก่อนหน้าการเติมน้ำมันถังนี้ ผมได้ทำการเติมเต็มถัง และวิ่งใช้งานในเมืองแบบรถติดล้วนๆ แถมด้วยการพามันไปทดสอบอัตราเร่ง 0-100และ80-120 กับพยายามทำท้อปสปีดอีก 2 ครั้ง

น้ำมันถังนี้เติมไป 29.92 ลิตรครับ

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:43 »
และระยะทางที่วิ่งได้บนหน้าปัด 301.8 กิโลเมตรต่อลิตร

กดเครื่องคิดเลขออกมาได้ 10.08 กิโลเมตรต่อลิตร

อาจจะฟังดูสะท้านทรวงพิลึก คงต้องลองไปเทียบกับเจ้าอื่นๆที่เจ้าของเค้าบอกเล่ามาเองว่ากินกันมากน้อยเพียงไร แต่ 301กิโลกับการใช้งานแบบรถติด เช้าไป เย็นกลับ ระยะทาง 25กิโลเมตรต่อวันแถมมีซัดเล่นอีก ได้แบบนี้ก็โอเคแล้ว

ถ้าใช้ในเมืองอย่างเดียว และพยายามไม่กระแทกคันเร่งเกินจำเป็น และไม่มีการทดสอบอัตราเร่งใดๆ ผมสามารถพามันขึ้นไปได้ถึง 11 กิโลเมตรต่อลิตรครับ แต่จะให้ได้ 13 กิโลลิตรและขับในเมืองแบบนี้ เส้นทางนี้เวลา 7โมงครึ่งแบบนี้เด๊ะ ผมคงยอมแพ้ครับ

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:43 »
เมื่อเติมน้ำมันเต็มถังแล้ว ก็จ่าย 40 บาท แล้วก็มุ่งหน้าไปลงบางปะอิน
เรื่องรอบเครื่องกับความเร็ว รบกวนลองค้นกระทู้คุณ JIMMY ในคลังกระทู้ดูนะครับเพราะเหมือนเดิมหมดทุกอย่าง

ในการพยายามทำให้ Tiida วิ่งให้ได้ 110 นิ่งๆ ช่วงแรกๆนั้นผมมีปัญหากับเจ้าคันเร่งไฟฟ้าพอสมควร
ผมอยากจะวิ่ง 110 มันวิ่ง 100 พอกดคันเร่งเพิ่มหน่อย เหลือบตาลงมาดูไมล์อีกที กลายเป็น 120
ผมวิ่งไปจนเกือบถึงด่านเก็บเงินงามวงศ์วานนั่นแหละครับ พอออกจากด่านลองพยายามเกร็งเท้าดูใหม่ คราวนี้ได้ผล ผมขับ 110 นิ่งๆได้ไปจนจบทริป

เมื่อกลับมาที่ปั๊ม Esso เจ้าเดิม ระยะทางบนหน้าปัดขึ้นเท่านี้ครับ

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:44 »
และพอเติมน้ำมันกลับ มีเรื่องเสียใจนิดหน่อย

คือพอผมพูดกับเด็กปั๊มว่า "น้องชายพอหัวจ่ายตัดแล้วไม่ต้องฉีดเพิ่มนะ"
ก็มีเสียงน้ำมันโดนฉีดเข้าไปอีกปึ้ดส์นึงตามมา

เวรกรรมแท้

ผมถามเค้าว่าเมื่อกี้เลขมันขึ้นกี่บาท? หนุ่มคนนั้นบอกว่าประมาณ 170 แต่ 170เท่าไหร่ ไม่ทันสังเกต
เอาไงดีวะเนี่ย

เอาเป็นว่าผมให้ตัวเลขไว้เป็นสองสมมติฐานละกันครับ

ถ้าสมมติว่าจะยึดถือตัวเลขที่มีรูปถ่ายอ้างอิงเป็นหลัก ก็จะได้เท่านี้ครับ ถ่ายมาจากหัวจ่ายเลยคือ 185 บาท และคิดเป็นน้ำมัน 5.95 ลิตร

เมื่อหารกับเลขที่ได้บนหน้าปัด
ก็จะได้ 14.8 กิโลลิตรครับ รถทดสอบของคุณ JIMMY รุ่น 1.6G ที่เคยทำไว้เมื่อนานมาแล้ว และใช้น้ำมันเบนซิน 95 ถ้าผมจำไม่ผิด ทำได้ 15.94กิโลเมตรต่อลิตร

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:44 »
แต่ถ้าเชื่อจากหนุ่มคนนั้นบอก ว่า170 เท่าไหร่ ไม่ได้ ผมลองตีเป็น 179บาทเลยละกัน
179 หาร ราคาน้ำมันต่อลิตร 31.09 บาท จะได้เป็นน้ำมัน 5.7574 ลิตร และเมื่อนำไปหารเลขกิโลที่วิ่งไป 88.1 กิโลเมตรแล้ว

ก็จะได้ออกมา 15.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ทีนี้ก็แล้วแต่ท่านผู้อ่านจะพิจารณาครับ ถ้าจะเอาเลขทั้งสองมารวมกันแล้วหารค่าเฉลี่ยก็จะได้ 15.05
ไม่ว่าจะยังไงก็ตามก็คือกินจุกว่าสมัยที่เติมเบนซิน 95 สูตรดังเดิม แต่ถ้าลองมาคำนวณตัวเลขที่ปัจจุบันนี้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าอยู่ประมาณ 7 บาทล่ะก็ ทุกๆ 500กิโลเมตร โซฮอล์จะใช้ค่าเชื้อเพลิง 1,050 บาท (นี่คำนวณจากเลขชุด 14.8นะครับ) และ เบนซินสูตรดั้งเดิม ยึดอัตราการกินน้ำมัน 15.94 กิโลเมตรต่อลิตรจากของคุณ JIMMY มาใช้ จะใช้ค่าเชื้อเพลิง 1,194 บาท

พูดง่ายๆคือเซฟ 280บาททุก 1,000กิโลเมตรที่วิ่ง แต่เกรงกลัวอยู่อย่างเดียวว่าเจ้าE10 โซฮอล์มันจะราคาถูกกว่าเบนซินดั้งเดิมในระดับนี้ไปตลอดหรือเปล่า เสียวๆเหมือนกัน เพราะถ้าโซฮอล์แพงกว่านี้อีกลิตรละ 4 บาทล่ะก็ แทนที่จะเซฟเงิน ก็กลายเป็นเสมอตัว เท่ากัน แทบไม่ต่าง

[เพิ่มเติมข้อมูลให้ ณ ธ.ค. 51]
ขอคอนเฟิร์มอัตราการกินน้ำมันในmode วิ่งทางไกลให้นะครับว่า...
วิ่งเชียงใหม่ ลงกรุงเทพ ใช้ความเร็ว 110-120 ทำได้ในถังเดียวจากสนามบินเชียงใหม่ถึงสนามบินดอนเมืองครับ (ไฟแดงขึ้น)
คิดออกมาได้ 16.2 กิโลเมตรต่อลิตรครับ ขับ 682 โล เติมน้ำมันไป 685 บาท คิดเป็นกิโลละบาทได้เลยด้วยซ้ำ

แต่ถ้าขับแบบใช้ความเร็ว 140-150 อย่างที่หลายท่านชอบทำเมื่อถนนว่าง ก็จะเหลือ 14 กิโลลิตรครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2008, 17:02 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:45 »
มาดูด้านอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม.

ผมทดสอบอัตราเร่งทั้งหมด 6 ครั้ง แต่มีครั้งนึงที่ตัวเลขไวผิดปกติ จึงขอนำออกครับ เหลือ 5 ครั้ง

ครั้งที่ 1 -  11.91 วินาที
ครั้งที่ 2 -  11.87 วินาที
ครั้งที่ 3 -  11.74 วินาที
ครั้งที่ 4 -  11.66  วินาที
ครั้งที่ 5 -  11.79  วินาที

ค่าเฉลี่ย 11.79 วินาที
เมื่อเทียบกับคันที่เติมเบนซิน 95 ในบททดสอบของคุณ JIMMY จะพบว่าช้ากว่า
คันนั้นทำไว้ 11.51 วินาทีครับ

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:45 »
ส่วนอัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. มี surprise นิดหน่อยครับ

ครั้งที่ 1 -  9.11 วินาที
ครั้งที่ 2 -  8.96 วินาที 
ครั้งที่ 3 -  9.03 วินาที
ครั้งที่ 4 -  9.01 วินาที
ครั้งที่ 5 -  9.22 วินาที

ในอัตราเร่งครั้งที่ 2 นั้นดูเหมือนไวผิดปกติไปหน่อย ถ้าไม่ว่าอะไร ผมขอตัดเอามาใช้เฉพาะ 4 ครั้งที่ขึ้นต้นด้วยเลข 9 นะครับ
ค่าเฉลี่ยก็จะได้เท่ากับ 9.09 วินาที

ซึ่งคันของตาจิม ทำไว้ 9.28 วินาที เห้ย ทำไมเติมโซฮอล์แล้วเร็วขึ้น!

ต้องมานั่งคิดกันหน่อยล่ะครับ

คันของ JIMMY นั้นเป็นรุ่น 4 ประตู แต่คันที่ผมทดสอบนี้ เป็น 5 ประตู จริงอยู่ว่าน้ำหนักตัว 5 ประตูจะหนักกว่าอยู่ แต่ก็แค่ 11 กิโลกรัมเท่านั้น หรือว่าผมไม่ควรเชื่อโบรชัวร์ดี
ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวนั้น ผมหนัก 147 กิโลกรัม ส่วนคันที่คุณJIMMY ทดสอบนั้นมีน้ำหนักเจ้าตัว บวกกับของคุณน้องชายคนเล็ก ได้ 138 กิโลกรัม รวมกับความต่างในน้ำหนักตัวรถ ก็ 20กิโล..ใช่อันนี้หรือเปล่าที่ทำให้ 0-100ของผมช้ากว่าอยู่เกือบ 0.3วินาที

แล้วทำไมอัตราเร่ง 80-120 ของผมกลับไวกว่าล่ะ? อันนี้สุดความสามารถที่จะอธิบายจริงๆครับ แต่ผมยังสงสัยเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์อยู่บ้างว่าตัว 5 ประตูมันแหวกผ่านอากาศได้ดีกว่าหรือเปล่า?

พื้นที่หน้าตัด ขนาดยางและความสูงของตัวรถ 4 กับ 5 ประตูนั้นเท่ากัน แต่ค่าแรงเสียดทานอาการต่อตารางนิ้ว 5 ประตูจะได้ค่า Cd0.29
ในขณะที่ 4 ประตูจะอยู่ที่ Cd0.31

แต่บางคนก็ว่า ที่ความเร็วแค่80 ความเสียดทานอากาศยังไม่น่าจะส่งผลได้ขนาดนั้น เรื่องแบบนี้นานาจิตจะคิดกันครับ ไอ้ผมก็ขาดแคลน
ความรู้วิชาอากาศพลศาสตร์ซะด้วย

ส่วนความเร็วสูงสุดนั้น ทำได้ที่ 188 ก.ม./ช.ม. ซึ่งจริงๆหากแช่กันยาวมีสิทธิ์แตะ190ได้ แต่มันจะเป็นการแช่กันยาวเกินความจำเป็น
ส่วนมากผมมักให้ระยะในการวิ่งประมาณไม่เกิน 5ก.ม.ในการทดลองความเร็วสูงสุดและ Tiida 1.6G ก็ทำได้ไม่เร็วไปกว่านี้แล้วครับ
ถ้าเปลี่ยนมาเติมเบนซิน 95แทน ผมก็ไม่คิดว่าจะไหลไปกว่านี้เท่าไหร่หรอกครับ คันของJIMMYทำไว้ 190 คันนั้นเติม95เบนซินวิ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 05, 2008, 01:25 โดย Whitebear »

ออฟไลน์ Whitebear

  • Tiida Team Thailand (M)
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1432
  • Karma: +7/-0
  • What is it with freedom to be lonely?
Re: +++รีวิวจากผู้ใช้ -- Tiida 1.6G E20 5Dr. : For buyers by a user +++
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 23:46 »
ดูจากเข็มความเร็วที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆนั้น ผมคิดว่าถ้าจะไต่ต่อให้แตะ 190 รถมันน่าจะมีสิทธิ์ลุ้นได้ แต่ถ้าจะให้ได้ 200 ผมไม่มั่นใจครับ ถ้าให้เดาจากรูปการณ์ผมคิดว่าไม่น่าจะไปถึงได้ ฉะนั้น ถ้าต้องการรถที่วิ่งแตะ 200 ได้เนียนๆ คงต้องพึ่งรุ่นเครื่องใหญ่จากรั้ว Honda แล้วล่ะครับ

ลักษณะนิสัยของเครื่องยนต์
ช่วงออกตัวหากกระทืบเต็มแรง รถจะมีอาการห้อยเล็กๆ และค่อยๆสร้างกำลังมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แรงดึงที่เกิด จะชัดเจนตั้งแต่ 4000 รอบต่อนาทีขึ้นไป และต่อเนื่องไปจนถึง 6200 รอบต่อนาที

รอบเครื่องยนต์สามารถลากต่อได้จนตัดที่ 6800รอบต่อนาที แต่ที่รอบหลังจาก 6200นั้น แรงบิดของเครื่องลดลงอย่างฮวบฮาบจนไม่รู้สึกจำเป็นว่าต้องลากไปถึงขนาดนั้น มันก็ไปได้เร็วเกือบเท่ากัน

สำหรับการเร่งแซง ช่วง 60 ไป 100 เป็นช่วงที่ผมโปรดปรานที่สุด เพราะเป็นช่วง Powerband ของเครื่องพอดี ทำให้เร่งได้ทันใจ เดินทางต่างจังหวัดไม่ลุ้นจนเหนื่อยหรอกครับ

รถหนัก 1.16ตัน ยาง 185/65/15 เครื่องแค่พันหก ม้าแค่ 109 ตัว สเป็คบนกระดาษทุกอย่างไม่น่าสู้ Sunny NEOได้ ยกเว้นแรงบิดซึ่งมากกว่า และมีมาให้รู้สึกได้ชัดเจน

หน้าตาของเครื่องยนต์ที่สร้างผลงานในครั้งนี้ครับ HR16DE