ผู้เขียน หัวข้อ: เช็คเบี้ศูนย์รวมBrokerประกันภัยรถยนต์ ที่ทำราคาของแต่ละบริษัทประกันภัยได้ดีทีสุด  (อ่าน 24987 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
Re: เช็คเบี้ยประกันก่อนตัดสินใจ ถูกและดีมีที่นี่
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2007, 19:22 »
ชี้ชะตาธนสินฯ หากไม่มีเงินเข้าบัญชี 200 ล้าน กรมฯ สั่งปิดแน่!

นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า วานนี้ (11 มิ.ย.) กลุ่มผู้บริหารใหม่ที่สนใจเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการของบริษัท ธนสินประกันภัย ได้เข้าพบตน โดยหอบเอกสารหลักฐานเป็นใบโอนหุ้นของผู้ถือหุ้นชุดเก่าให้กับกลุ่มผู้บริหารใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้กับทางกรมฯ พิจารณาดู ซึ่งตนได้เรียกทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้ามาตรวจสอบดูหลักฐานการโอนหุ้นว่าถูกต้อง โดยผลการตรวจสอบพบว่าเป็นของจริงถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้ ทางผู้บริหารใหม่ได้ขออนุญาตเปิดบัญชีใหม่อีกบัญชีหนึ่ง เพื่อจะนำเงินสด จำนวน 200 ล้านบาท โอนเข้ามาเข้าบัญชีดังกล่าว
ทั้งนี้ ตนก็ได้อนุญาตตามที่ร้องขอ และได้อายัดบัญชีดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน ผู้บริหารใหม่ยังได้เตรียมนำที่ดินสนามกอลฟ์ผืนใหญ่ผืนหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ที่ทางผู้บริหารชุดใหม่จะนำมาวางเป็นหลักทรัพย์เพิ่มทุนมาแสดงยืนยันให้กับทางกรมฯ ตรวจสอบพิจารณาดูอีกด้วย โดยเห็นว่า ทางผู้บริหารใหม่เตรียมจะขายที่ดินแปลงนี้ในมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท และนำเงินมาเพิ่มทุนดังกล่าว ซึ่งตนก็ได้ให้เส้นตายให้เวลาผู้บริหารใหม่ว่าขายที่ดินผืนนี้ ภายในเวลา 90 วัน
อธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวว่า ตนได้ขีดเส้นตายให้ผู้บริหารชุดใหม่รีบนำเงินสด จำนวน 200 ล้านบาท รีบโอนเงินเข้าบัญชีภายในเวลา 15.00 น.ของวันนี้ หากมิฉะนั้นแล้วจะทำการเพิกถอนใบอนุญาตอย่างแน่นอน โดยไม่มีการผ่อนผันอย่างเด็ดขาด
"คราวนี้พี่เอาจริงแน่ เพราะพี่คนจริงจังกับเรื่องนี้ พรุ่งนี้ ถ้าไม่มีเงินเข้ามา ก็อย่าหาว่าพี่ใจร้าย เพราะให้เวลามานานแล้ว ทีแรกตอนเช้าพี่ได้เรียกประชุมกันภายในเตรียมไว้แล้วว่า ถ้าผู้บริหารกลุ่มใหม่ที่จะเข้ามาซื้อนั้นไม่มา ก็จะสั่งปิดทันทีเลย แต่พอดีผู้บริหารใหม่ชุดนี้เขาเข้ามาพบและแสดงหลักฐานให้พี่ดู และขอผ่อนผันไปอีกวันหนึ่งก่อน พี่ก็ให้โอกาสเขาอีกวัน" อธิบดีกรมการประกันภัยกล่าวทิ้งท้าย
http://www.siamrath.co.th
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
Re: เช็คเบี้ยประกันก่อนตัดสินใจ ถูกและดีมีที่นี่
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2007, 19:08 »
กรมฯ ยื่นคำขาดธนสินฯ หากไม่เพิ่มทุนให้ครบ เตรียมสั่งปิดแน่!

กรมประกันภัย ยื่นคำขาดสั่งปิดธนสินประกันภัย หากเพิ่มทุนอีก 80 ล้านบาท ในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ ไม่ได้
นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวว่า ได้เตรียมการรองรับล่วงหน้ากรณีแก้ปัญหาบริษัท ธนสินประกันภัย ไม่สามารถเพิ่มทุนอีก 80 ล้านบาท โดยการขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นใหม่ได้ภายในเวลา 15.00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย.นี้ จะดำเนินการออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย และสั่งปิดกิจการทันที
ทั้งนี้ ได้ขออนุมัติ นายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ และ นางอรนุช โอสถานนท์ รมช.พาณิชย์ ในฐานะนายทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังสมาคมประกันวินาศภัย เพื่อร่วมกันพิจารณารายละเอียดของการช่วยกันแก้ปัญหา
“หากธนสินประกันภัยถึงขั้นปิดกิจการ ก็สามารถแก้ไขปัญหาหนี้ค้างจ่ายกับลูกค้าและอู่ซ่อมรถในเครือได้ เพราะหนี้ค้างยังเหลือไม่มาก” นางจันทรา กล่าว
สำหรับความคืบหน้าการเพิ่มทุนของบริษัท ธนสินประกันภัย มีการนำเงินสดเข้ามาแล้ว เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.จำนวน 20 ล้านบาท และในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ จะนำเงินสดเข้ามาอีก 100 ล้านบาท
ขณะที่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินชัวรันส์ มีรายชื่อเข้าร่วมขายประกันภัยร้านทอง ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ จากทั้งหมด 16 บริษัท ทั้งที่ยังมีปัญหาไม่สามารถแก้ไขฐานะการเงินให้ดำรงเงินกองทุนครบถ้วนตามกฎหมาย ยังคงถูกกรมการประกันภัยสั่งปรับรายวัน วันละ 1 พันบาท มาตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2549 จนถึงปัจจุบัน โดยมีเงินกองทุนต่ำกว่า 30 ล้านบาท และถูกปรับในกรณีประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน อีกเป็นจำนวนเงิน 2.5 แสนบาท
บริษัท ศูนย์สุขภาพประเทศไทย เป็นบริษัทรายใหม่ที่ถูกกรมการประกันภัยสั่งปรับ จำนวน 2.5 แสนบาท เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขฐานะการเงินให้ดำรงเงินกองทุนครบตามกฎหมาย สำหรับบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย แม้จะยังไม่ถูกกรมการประกันภัยสั่งปรับ เนื่องจากเงินกองทุนต่ำกว่ากฎหมาย แต่เป็นหนึ่งในบริษัทที่กรมการประกันภัยให้รีบแก้ปัญหาเงินกองทุนให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิ.ย.นี้
รวมทั้งบริษัทที่ถูกสั่งปรับ เนื่องจากเงินกองทุนต่ำกว่ากฎหมายกำหนด 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท สหประกันชีวิต, บริษัท ธนสินประกันภัย, บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต, บริษัท แอ็ดวานซ์ อินชัวรันส์ และบริษัท ศูนย์สุขภาพแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ บริษัท ธนสินประกันภัย, บริษัท แอ็ดวานซ์ อินชัวรันส์ และบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ยังถูกอู่กลางการประกันภัยทั่วประเทศร้องเรียน และไม่รับลูกค้าของทั้ง 3 บริษัท เข้าซ่อม เนื่องจากค้างชำระหนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ค้างชำระค่าซ่อมรถกับอู่กลางประมาณ 500 ล้านบาท และค้างค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัย พ.ร.บ.ที่บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้จ่ายล่วงหน้าไปก่อน อีกประมาณ 20 ล้านบาท
http://www.posttoday.com
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 15 มิ.ย. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
Re: เช็คเบี้ยประกันก่อนตัดสินใจ ถูกและดีมีที่นี่
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2007, 21:02 »
ไฟเขียวแบบประกันภัยรถยนต์ชั้น 5 คาดประกาศใช้สัปดาห์หน้า

กรมการประกันภัย อนุมัติประกันชั้น 5 คาดสัปดาห์หน้าได้ฤกษ์ประกาศใช้ได้
แหล่งข่าวจากกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการประกันภัยอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดขั้นสุดท้ายของแบบประกันภัยรถยนต์ ชั้น 5 ที่ทางสมาคมประกันวินาศภัยเสนอมา โดยคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าคงประกาศให้ใช้เป็นแบบประกันกึ่งมาตรฐาน และให้แต่ละบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมนำไปใช้เป็นแบบประกันใหม่ได้
“ประกันชั้น 5 นี้ สามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการคุ้มครองได้ จึงถือว่าเป็นประกันกึ่งมาตรฐาน ขณะที่ชั้น 1, 2 และ 3 นั้น ถือเป็นประกันมาตรฐาน ซึ่งชั้น 1 นั้น ก็เหมือนกับเป็นสินค้าขายส่ง ต้องซื้อของจำนวนมาก และมีราคาสูง แต่ประกันชั้น 5 นี้ ก็เหมือนสินค้าขายปลีก และมีการคิดราคาที่เหมาะสม ถือว่าเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้รถอีกทางหนึ่ง” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายสมบัติ ปัญญามิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายการตลาดและตัวแทน บริษัท อาคเนย์ประกันภัย กล่าวว่า บริษัทได้ออกประกันชั้น 3 แบบพิเศษใหม่ ในชื่อ “แคมเปญแพลทตินั่ม 3 พลัส” เพื่อรองรับกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและลูกค้ามีความระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น
ทั้งนี้ ประกันชั้น 3 ใหม่ จะคิดเบี้ยประกันภัยเพียง 7 พันบาท แต่ให้ความคุ้มครองรถคันเอาประกันภัยสูงสุด 1.5 แสนบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่า ในช่วงครึ่งปีหลังที่เหลือจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นฉบับ และมีเบี้ยประกันภัยรับประมาณ 70 ล้านบาท
“คาดว่า ในปีนี้บริษัทจะมีเบี้ยรับตรงประมาณ 1.8 พันล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนเพิ่มเป็น 3,994 คน เทียบกับเมื่อ 4 ปีก่อนที่มีตัวแทนแค่ 1 พันคน และมีเบี้ยประกันรับตรง 864 ล้านบาท” นายสมบัติ กล่าว
สำหรับแบบประกันชั้น 3 ใหม่นี้ จะคิดอัตราเบี้ยราคาเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ประเภทใด แต่อายุรถต้องอายุไม่เกิน 15 ปี และต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก 2 พันบาทด้วย
http://www.posttoday.com
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 20 มิ.ย. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
Re: เช็คเบี้ยประกันก่อนตัดสินใจ ถูกและดีมีที่นี่
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2007, 12:44 »
กลยุทธในการเลือกซื้อประกัน
ในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์คุณควรคำนึงถึงความมั่นคงและความน่า
เชื่อถือของบริษัทประกันภัย มีประวัติในการดำเนินธุรกิจที่ดี มีผลประกอบ
การที่ดี มีผู้ถือหุ้นที่มั่นคง และมีการบริการที่ดี ฯลฯ เป็นหลัก
ไม่ใช่เบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด ทั้งนี้ เพราะประกันภัยรถยนต์มีต้นทุนในการรับประกันรถแต่ละรุ่น
หากรับประกันรถต่ำกว่าต้นทุน แน่นอนที่สุดก็จะประสบกับภาวะขาดทุน 
(ที่ทำแบบนี้อาจจะต้องการกระแสเงินสดเข้ามาหมุนเวียนกิจการเพื่อสร้างสภาพคล่อง หรือทำการตลาดแบบเน้นปริมาณ
นั่นหมายถึงต้องทำให้ถึงเป้าหมายที่สูงจึงจะมีกำไรในการดำเนินการหากไม่ถึงก็จะประสบกับภาวะขาดทุน ไม่มีเหตุผลที่ลูกค้าจะต้องไปเสี่ยงด้วย)
ส่งผลให้เบี้ยที่ถูกแต่ไม่สามารถเรียกร้องได้เพราะบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน
หรือมีความยากลำบากในการเรียกร้องเป็นการลบล้างวัตถุประสงค์หลักในการซื้อประกันภัย
อย่างที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=finance&id=174086
เลือกซื้อประกันภัยสำหรับทรัพย์สินหรืออุบัติเหตุที่จะมีความเสียหาย
มูลค่าสูงและจะทำให้คุณเดือดร้อนเท่านั้น เช่น บ้าน รถยนต์ การรักษาพยาบาล ฯลฯ
ตรวจดูความคุ้มครองให้แน่ใจว่าเหมาะสมตามที่คุณต้องการ และครอบคลุมสิทธิประโยชน์มากที่สุดใน
 อัตราเบี้ยที่เท่ากัน
จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible (ถ้ามี) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะสามารถ
ประหยัดเบี้ยประกันภัยที่คุณจะ ต้องจ่ายลงตามจำนวนค่าเสียหายส่วนแรก เช่น เบี้ยประกันภัยรถยนต์
มูลค่า 25,000 บาท หากระบุค่าเสียหายส่วนแรกเท่ากับ 5,000 บาท เบี้ยประกันภัยสุทธิจะ
เหลือ 20,000 บาทเท่านั้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด คุณจะต้องชดเชยค่าเสียหายเอง
ตามจริงแต่ไม่เกิน 5,000 บาทโดยส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากคุณ
ระมัดระวังดีตลอดทั้งปี ค่าใช้จ่ายนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เท่ากับว่าคุณสามารถซื้อประกันภัยได้ถูกลงไปโดยปริยาย
ดูให้แน่ใจว่าความคุ้มครองที่คุณได้รับไม่มีความซ้ำซ้อนกันในกรณีที่คุณทำประกันภัยไว้หลายแห่ง

ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
สัมพันธ์ฯ โคม่า! ค้างสินไหมอื้อ เบี้ยวหนี้อู่ซ่อม จ่อถูกปิดอีกราย

"สัมพันธ์ประกันภัย" โคม่า สายด่วน 1186 แทบไหม้ แห่ร้องค้างสินไหม เบี้ยวหนี้อู่ซ่อมรถ แฉถูกกดราคาค่าซ่อม 50% เจ้าของอู่ปัดรับซ่อม ระบุยอดร้องเรียนวิ่งแซง "ธนสินฯ" เข้าคิวถูกปิดอีกราย
แหล่งข่าวจากกรมการประกันภัยเปิดเผยว่า มีประชาชนและอู่ซ่อมรถจำนวนมาก ร้องเรียนผ่านสายด่วนประกันภัย 1186 และร้องเรียนโดยตรงต่อกรมฯ กรณีบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด จ่ายค่าสินไหมล่าช้า ค้างค่าสินไหมอู่ซ่อมรถ ทำให้ผู้เอาประกันไม่สามารถนำรถออกจากอู่ซ่อมได้ รวมทั้งบริษัทคุมราคาค่าซ่อมต่ำกว่าความเสียหายจริง 50% เช่น ค่าสินไหมที่เรียกร้องกับบริษัท 15,000 บาท แต่บริษัทประเมินให้ 7,800 บาท ทำให้ไม่มีอู่รับซ่อมรถ
"ตอนนี้ยอดร้องเรียนปัญหาของสัมพันธ์ประกันภัยมีสูงสุด แซงหน้าบริษัท ธนสินประกันภัย แล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสัมพันธ์ประกันภัยเพิ่งมีปัญหาไม่นานมานี้ ซึ่งหากผู้ถือกรมธรรม์ของสัมพันธ์ประกันภัยมีปัญหา สามารถร้องเรียนได้ที่กรมฯ หรือผ่านสายด่วน 1186 กรมฯ ยินดีเป็นตัวกลางเจรจาข้อพิพาทให้" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวจากเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์รายหนึ่ง กล่าวว่า ทั้งอู่ในเครือสัมพันธ์ประกันภัยและอู่ทั่วไป ปฏิเสธรับซ่อมรถยนต์ของสัมพันธ์ฯ แล้ว เนื่องจากบริษัทจ่ายค่าซ่อมล่าช้า และบางครั้งค้างจ่ายค่าซ่อม รวมทั้งกดราคาค่าซ่อมต่ำมาก จนไม่สามารถซ่อมได้ ซึ่งไม่เข้าใจว่า ทำไมกรมการประกันภัยปล่อยให้ปัญหาบานปลายมาถึงขนาดนี้
มีรายงานว่า บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย เริ่มมีปัญหาฐานะการเงินด้วยเช่นกัน
ที่ผ่านมา นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย ระบุว่า บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ต้องนำเงินสดเข้ามาเพิ่มเงินกองทุนและเพิ่มสภาพคล่องอีก 1,000 ล้านบาท เนื่องจากมีปัญหาขาดสภาพคล่องภายในเดือน มิ.ย.นี้ หากไม่ทัน จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุด คือ การยึดใบอนุญาต
นางสาวชำเลือง ชาติสุวรรณ รองอธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัท สัมพันธ์ฯ มีผู้ร่วมทุนรายใหม่สนใจเข้าร่วมทุนด้วย ซึ่งอยู่ในกระบวนการแก้ไขของบริษัท กรมฯ ต้องให้โอกาส ส่วนกรณีที่ชื่อบริษัทไม่ถูกขึ้นเว็บไซต์ ทั้งที่มีปัญหาเงินกองทุนนั้น การจะเปรียบเทียบปรับบริษัท ต้องให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกันชีวิตและ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย มีมติเปรียบเทียบปรับ ซึ่งกรณีนี้ คาดว่ายังอยู่ในกระบวนการพิจารณา
http://www.thaipost.net
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.ไทยโพสต์ 2 ก.ค. 2550

PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
6 ก.ค.ถกแผน 'กาตาร์' ฮุบสัมพันธ์ฯ ไม่มั่นใจเพิ่มทุนได้ข้อสรุป

ถึงคิว "ฟินันซ่าประกันชีวิต" เน่า กรมการประกันภัยเรียกผู้บริหารหารือ หลังแจ้งมีพันธมิตรเข้าร่วมทุน ขณะที่สัมพันธ์ประกันภัยนัดถกศุกร์นี้ "จันทรา" ย้ำ ต่ออายุธนสินฯ เพื่ออุ้มผู้เอาประกัน เปล่าเอื้อนายทุน ด้านการร้องเรียนยังเข้ามาเป็นระลอก ไม่มั่นใจแผนเพิ่มทุนได้ข้อสรุป
นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ จะเชิญผู้บริหาร บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด มาหารือ เรื่องการระดมเงินทุน เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง และแผนดำเนินงานธุรกิจ ในวันศุกร์ที่ 6 ก.ค.นี้ หลังจากที่บริษัทได้แจ้งกับกรมฯ ว่า บริษัท อัล-ไดเซล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจากประเทศกาตาร์ที่ประกอบธุรกิจการก่อสร้างและอุตสาหกรรมเหล็ก มีความสนใจเข้ามาร่วมลงทุน โดยการเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัท
โดยที่ผ่านมากรมได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว พบว่า บริษัท อัล-ไดเซล มีอยู่จริงและมีฐานะทางการเงินที่สามารถเข้ามาร่วมทุนกับบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ได้ ซึ่งรายละเอียดที่บริษัทต่างชาติจะเข้ามาร่วมทุนในสัดส่วนเท่าไร หรือจะมีแผนงานดำเนินการอย่างไร หลังจากการร่วมทุนแล้วนั้น คงต้องรอผลการหารืออีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 9 ก.ค. 2550 กรมฯ จะเชิญผู้บริหารบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด หารือเพื่อหาทางแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินเช่นกัน หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทถูกสั่งปรับ 125,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2550 เพราะดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วน ซึ่งล่าสุด บริษัทได้แจ้งว่ามีบริษัทต่างประเทศชื่อ เลย์แมน ดำเนินธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก สนใจร่วมทุนแล้ว
ส่วนกรณีบริษัท ธนสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมฯ ขอยืนยันว่า ที่ได้ให้ขยายเวลาการส่งเงินเข้ากองทุนชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันไปจนถึงวันที่ 27 ส.ค. 2550 นั้น ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท แต่เนื่องจากเห็นว่า หากจะยึดใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัท ตามที่กรมฯ กำหนดไว้ในวันที่ 20 มิ.ย. 2550 จะทำให้ผู้เอาประกันเสียสิทธิที่จะได้รับเงินสินไหมทดแทน โดยขณะนี้บริษัทได้นำเงินเข้ากองทุนแล้ว 36 ล้านบาท ที่เหลือ บริษัทจะทยอยนำเงินเข้ากองทุนชำระหนี้ให้กับผู้เอาประกันให้หมด
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับบริษัท อัล-ไดเซล จำกัด เบื้องต้นจะนำเงินเข้าร่วมทุนกับบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตามกฎหมายการร่วมทุนของต่างชาติในธุรกิจประกันของไทย กำหนดสัดส่วนให้สามารถลงทุนได้ไม่เกิน 25% ของเงินทุนทั้งหมดของบริษัท โดยขณะนี้กฎหมายใหม่ที่จะปรับสัดส่วนการลงทุนของต่างชาติเป็น 49% ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกฤษฎีกา
หากกฎหมายยังไม่แล้วเสร็จ จะทำให้สัมพันธ์ประกันภัยดึงเงินร่วมลงทุนจากอัล-ไดเซลได้เพียง 25% เพื่อมาเป็นเงินปรับฐานะทางการเงิน หลังจากมีปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนัก และประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกัน ที่ตอนนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่กรมฯ แล้วกว่า 400 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ธุรกิจประกันภัยหลายรายเริ่มมีปัญหาด้านสภาพคล่อง ได้แก่ บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต, บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย, บริษัท ธนสินประกันภัย ที่ล่าสุดได้บริษัท ทวีเฮ้าส์ แอนด์ บิลดิ้ง เข้ามาร่วมทุน และบริษัท สหประกันชีวิต ที่อยู่ระหว่างการควบคุมกิจการโดยกระทรวงพาณิชย์
รายงานข่าวแจ้งว่า ยอดการร้องเรียนกรณีบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ประวิงการจ่ายค่าสินไหมแก่ผู้เอาประกัน และเบี้ยวค่าซ่อมรถแก่อู่ซ่อมรถมีมากขึ้น ขณะที่บางส่วนไม่มั่นใจว่า แผนเพิ่มทุนจะสำเร็จ เนื่องจากได้มีการเจรจามาระยะหนึ่ง แต่ไม่มีความคืบหน้า
http://www.thaipost.net
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.ไทยโพสต์ 5 ก.ค. 2550

PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
ผู้บริหารสัมพันธ์ฯ ยืนยันอัล-ไดเซลพันธมิตรใหม่จะเข้าร่วมถือหุ้น

นางจันทรา กล่าวถึงการเพิ่มทุนของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ว่า ผู้บริหารสัมพันธ์ประกันภัย ยืนยันว่า บริษัท อัล-ไดเซล พันธมิตรใหม่จะเข้าร่วมถือหุ้น โดยจะนำเงินมาลงทุนประมาณ 26.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 901 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะปล่อยเงินกู้ให้สัมพันธ์ประกันภัยอีก 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 340 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,241 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาขาดเงินกองทุน และเสริมสภาพคล่อง โดยบริษัทระบุว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9-16 ก.ค.นี้
ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาฐานะกองทุนของบริษัท ธนสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขณะนี้บริษัทได้จ่ายหนี้คงค้างกับผู้เอาประกันภัยไปแล้วกว่า 600 ราย เหลืออีกประมาณ 300 ราย ซึ่งก็ได้แจ้งให้บริษัทเร่งจ่ายหนี้คงค้างกับผู้เอาประกันภัย และอู่กลางภายในเดือนนี้
"ฟินันซ่า" ส่งแผนฟื้นฟูสัปดาห์นี้ อุบพันธมิตรใหม่
ผู้บริหาร "ฟินันซ่าประกันชีวิต" โร่แจงหุ้นส่วนใหม่ พร้อมใส่เงินเพิ่มทุนแน่นอน เตรียมส่งแผนฟื้นฟูกิจการต่อกรมการประกันภัยภายในสัปดาห์นี้
มาแปลกขออุบชื่อพันธมิตรใหม่ อ้างอยู่ระหว่างเจรจา "จันทรา" ระบุเฉือนบริษัทให้ต่างชาติได้ไม่เกิน 25% ของทุนจดทะเบียน ด้าน "สัมพันธ์ประกันภัย" ต้องลุ้นผลสรุป 16 ก.ค.
นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้บริหาร บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด เกี่ยวกับการระดมเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง และแผนดำเนินงานธุรกิจว่า บริษัท ฟินันซ่า ยืนยันว่าจะมีการส่งแผนการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งเปิดเผยรายชื่อบริษัทร่วมทุนรายใหม่ และมูลค่าของวงเงินการร่วมทุนทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้
เนื่องจากขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมทุนรายใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติที่มีการลงทุนในประเทศไทยหลายธุรกิจ เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเข้ามาร่วมทุนได้ในสัดส่วนที่กฎหมายอนุญาตไว้ คือ ไม่เกิน 25% ของทุนจดทะเบียน เพื่อให้บริษัทสามารถมีเงินเข้ามาเสริมสภาพคล่องในกองทุนประกันชีวิตตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หลังจากที่ผ่านมาบริษัทถูกสั่งปรับไปแล้วกว่า 125,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2550 เป็นต้นมา เนื่องจากไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ครบตามกฎหมายกำหนด
"บริษัท ฟินันซ่า ยืนยันว่า บริษัทที่จะเข้ามาร่วมทุน เพื่อเสริมสภาพคล่องของกองทุนประกัน มีตัวตนจริงๆ เป็นบริษัทต่างชาติที่มีการเข้าลงทุนในประเทศไทยในหลายธุรกิจ แต่บริษัทขอให้กรมฯ อย่าเพิ่งเปิดเผยชื่อและสัดส่วนการเข้ามาลงทุนในตอนนี้ เพราะบริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจา โดยผู้บริหารฟินันซ่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด พร้อมทั้งแผนการดำเนินธุรกิจให้กรมฯ ตรวจสอบพร้อมกันภายในสัปดาห์นี้" นางจันทรา กล่าว
ส่วนการร้องเรียนเกี่ยวกับการประวิงจ่ายค่าสินไหมทดแทนนั้น นางจันทรา ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการร้องเรียนถึงความเดือดร้อนจากผู้เอาประกันเข้ามา
http://www.thaipost.net
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.ไทยโพสต์ 10 ก.ค. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
'กฤษฎีกา' ไฟเขียวต่างชาติถือหุ้นธุรกิจประกันจาก 25 เป็น 49%

นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้การแก้ไขกฎหมายประกันวินาศภัย และประกันชีวิต ปี 2535 โดยเฉพาะสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิตทั้งระบบ จากกฎหมายเดิมมีกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทประกันภัย จะอยู่ที่ 25% ซึ่งจะเพิ่มเป็น 49% ตามการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมใหม่นั้น ว่า โดยขณะนี้ขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น ได้ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณากันต่อไป และคิดว่าน่าจะผ่านความเห็นชอบในรัฐบาลชุดนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติมีความสนใจที่จะเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยของไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละรายที่สอบถามและสนใจที่จะเข้ามาร่วมทุน ส่วนใหญ่มีความมั่นใจทางการเงิน และเป็นบริษัทบริหารโดยมืออาชีพทั้งสิ้น น่าจะเป็นประโยชน์ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้บริษัทประกันของไทยอย่างมาก
http://www.bangkokbiznews.com
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 11 ก.ค. 2550

PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
ปัญหาสัมพันธ์ฯ บานปลาย อู่ทั่วอีสานประท้วงเรียกร้องให้จ่ายสินไหม

อู่ไล่บี้ "สัมพันธ์ประกันภัย" เคลียร์หนี้ภายใน 3 วัน ปัญหา "สัมพันธ์ประกันภัย" เริ่มบานปลาย อู่ทั่วอีสานประท้วง เรียกร้องให้จ่ายสินไหมใบนัดที่ถึงกำหนดแล้วใน 3 วัน ส่วนสินไหมที่ค้างอยู่ต้องจ่ายใน 15 วัน สมาคมผู้ประกอบการอู่ลงมติไม่รับซ่อมอีกต่อไป ชี้หนี้เสียเกิน 500 ล้านบาทแล้ว ด้านอธิบดีกรมการประกันภัยเร่งประสานให้บริษัทจ่ายสินไหมผู้ร้องเรียน 400 ราย ภายในอาทิตย์หน้า ขีดเส้นหากเสริมสภาพคล่องไม่เสร็จใน 16 ก.ค.นี้ จะสั่งหยุดกิจการ เผยเตรียมออกประกาศ 2 ฉบับ ป้องกันปัญหาในอนาคต คาดประกาศใช้ 1 ก.ย. 50 ขณะที่นายหน้าและตัวแทนเริ่มตีจาก หันซบอกบริษัทคู่แข่งแทน ย้ำกรมฯ ต้องคุมให้จ่ายสินไหมคืนอย่างเป็นธรรม
จากกรณีปัญหาที่ลูกค้าประกันวินาศภัยกับทางบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ได้รับความล่าช้าในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและการกดราคาซ่อม รวมถึงอู่รับซ่อมรถจำนวนมากปฏิเสธจะซ่อมรถที่ทำประกันกับบริษัทดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ไม่สามารถเรียกค่าสินไหมจากบริษัทประกันได้ ล่าสุดได้มีความคืบหน้าของกรณีดังกล่าว
อู่ซ่อมรถทั่วอีสานประท้วง เหตุเบี้ยวค่าซ่อมรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ขอนแก่น ว่า ผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถในเครือบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ทั่วภาคอีสาน ประมาณ 100 คน ได้รวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จ่ายเงินค่าซ่อมรถที่ลูกค้านำมาเคลมกับอู่ซ่อมรถในเครือ ทำให้ลูกค้าหลายรายที่นำรถมาเคลมไม่สามารถนำรถออกมาใช้ได้ เนื่องจากอู่ซ่อมต้องใช้รถค้ำประกันกับทางบริษัท เพื่อรับเงินค่าซ่อม
นายสุชาติ มิตรเจริญพันธ์ ประธานชมรมอู่รถใช้ระหว่างซ่อมภาคอีสาน ระบุว่า บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ไม่ยอมจ่ายค่าซ่อมให้กับทางอู่ซ่อมรถในภาคอีสานที่อยู่ในเครือ ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 104 ล้านบาท

ดังนั้น ทางชมรมฯ จึงได้ออกมาเรียกร้อง 2 ข้อ คือ ให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมในส่วนใบนัดจ่ายถึงกำหนดภายใน 3 วัน และให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมที่ยังค้างจ่ายภายใน 15 วัน ถ้าไม่เป็นไปตามที่เรียกร้อง ทางชมรมฯ จะเดินทางไปประท้วงที่หน้าสาขาบริษัททุกสาขาในภาคอีสาน
ด้าน นายนัฐพล คุณารักษ์กรณ์ ผู้จัดการ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย สาขาขอนแก่น กล่าวว่า ไม่สามารถพูดหรือให้คำตอบอะไรได้ เพราะเป็นความรับผิดชอบของสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งตนเชื่อว่า ผู้ใหญ่ในบริษัทคงจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ แหล่งข่าวฝ่ายบริหารสมาคมผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถ เปิดเผยว่า หลังจากหารือกันล่าสุด ทางสมาชิกได้มีมติที่จะไม่รับซ่อมรถที่ทำประกันกับบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย เนื่องจากมีมูลค่าหนี้เสียที่เกิดขึ้นมากกว่า 500 ล้านบาท แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีบางอู่ที่รับทำ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของลูกค้า อาทิ เจ้าของรถสำรองจ่ายก่อน หรือมีเส้นสายภายในบริษัท ทำให้ตั้งเบิกโดยใช้เวลาไม่นาน แต่ส่วนใหญ่เป็นวงเงินจำนวนไม่มาก
กรมการประกันภัย บีบจ่ายเงินคืนหมดอาทิตย์หน้า

ด้าน นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย และร้องเรียนเข้ามาที่กรมฯ ประมาณ 400 ราย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าวงเงินทดแทนประมาณ 30-40 ล้านบาท ซึ่งทางกรมฯ ได้ประสานงานไปยังบริษัทดังกล่าวเพื่อให้เร่งเบิกจ่ายเงินสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า รวมถึงแก้ปัญหาการขาดเงินกองทุนและเสริมสภาพคล่องให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 16 ก.ค. 2550 มิฉะนั้น ทางกรมฯ จะสั่งให้บริษัทดังกล่าวหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว
"ขณะนี้คงไม่ถึงขั้นสั่งหยุดกิจการชั่วคราว เพราะก่อนหน้านี้ทางบริษัทมีผู้ร่วมทุนรายใหม่ คือ บริษัท อัล-ไดเซล ที่เป็นผู้ค้าเหล็กรายใหญ่ในประเทศกาตาร์ เข้ามาร่วมลงทุน

ทางกรมฯ ได้ตรวจสอบประวัติของผู้ร่วมทุนแล้ว ถือว่าใช้ได้ เป็นบริษัทใหญ่และมีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งคาดว่าจะมีบริษัทประกันภัยอีกแห่งหนึ่งจากประเทศกาตาร์ จะเข้ามาร่วมทุนอีกบริษัทหนึ่งด้วย" นางจันทรา กล่าว
นอกจากนี้ อธิบดีกรมประกันภัย กล่าวอีกว่า หากผู้เสียหายไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากอู่กลาง ก็สามารถแจ้งมายังกรมฯ ได้ โดยแจ้งผ่านประกันภัยจังหวัด หรือสายด่วน 1186 ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้กำหนดวงเงินหรือระยะเวลาในการเรียกร้องความเสียหาย และไม่ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีเพราะจะใช้เวลานานกว่า 2 ปี และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

สำหรับมาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าวในอนาคต นางจันทรา กล่าวว่า เตรียมจะออกประกาศ 2 ฉบับ ได้แก่ ประกาศนายทะเบียน เรื่อง คำสั่งให้บริษัทแก้ไขฐานะ หรือการดำเนินการและควบคุมบริษัท และประกาศนายทะเบียน เรื่อง คำสั่งให้บริษัทหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว โดยประกาศทั้ง 2 ฉบับ จะมาควบคุมการบริหารจัดการบริษัทประกัน ในกรณีที่เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง ขณะนี้ได้ทำหนังสือเวียนไปยังบริษัทประกันทั่วประเทศ เพื่อขอความคิดเห็นต่อประกาศดังกล่าว และจะประชุมแก้ไขเพื่อสรุปรายละเอียดของประกาศอย่างชัดเจนภายในเดือน ส.ค. จากนั้นจะขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2550 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ขณะนี้มีบริษัทประกัน 3 แห่ง ที่อยู่ในการเฝ้าระวังของทางกรมฯ ได้แก่ บริษัท สหประกันชีวิต ซึ่งทางกรมฯ ได้เข้าไปควบคุมกิจการแล้ว, บริษัท ธนสินประกันภัย ซึ่งสั่งหยุดกิจการเป็นการชั่วคราวไปแล้ว และบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ซึ่งคาดว่าจะไม่ต้องสั่งหยุดกิจการ
นายหน้า-ตัวแทนหนีซบอกบริษัทคู่แข่ง

แหล่งข่าวในวงการประกันรายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้มีนายหน้าและตัวแทนหลายรายเริ่มขอถอนตัวจากการเป็นตัวแทนประกันของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกรงว่า ลูกค้าจะได้รับความเดือดร้อนจากการเบิกจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ล่าช้าและยืดเยื้อ พร้อมกับหันมาขายให้กับบริษัทประกันขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงแทน เช่น วิริยะประกันภัย คุ้มภัย เป็นต้น
http://www.matichon.co.th/prachachat
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com

ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
กรมการประกันภัย สั่งปิด "สัมพันธ์ประกันภัย" ชั่วคราว
วันที่ 17 ก.ค. 2550


วันนี้ (17 ก.ค.) นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการประกันภัยอาศัยอำนาจตามกฎหมายในฐานะนายทะเบียนประกันภัยสั่งให้ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม เนื่องจากไม่สามารถดำรงเงินกองทุนประกันได้ครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทต้องหาเงินมาเพิ่มกองทุนจำนวน 774.4 ล้านบาท จึงจะดำรงเงินกองทุนครบถ้วนตามกฎหมาย แต่เงินกองทุนอาจจะต้องเพิ่มมากกว่านี้ เพราะบริษัทยังไม่ได้รายงานฐานะการเงินล่าสุดของเดือนมิถุนายน
http://www.matichon.co.th/prachachat
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
17 กรกฎาคม 2550 
กรณีสั่งให้บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว 
ตามที่นายทะเบียนได้มีคำสั่งที่ 12/2550 เรื่อง ให้บริษัทประกันวินาศภัยหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2550 สั่งให้บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง นั้น กรมการประกันภัย ได้เปิดเผยว่า
บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด มีฐานะการเงินดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย มีปัญหาสภาพคล่อง จัดสรรทรัพย์สินตามประเภทที่กฎหมายกำหนดไม่เพียงพอกับเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทและเงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทน กรมการประกันภัยในฐานะผู้กำกับดูแลบริษัทประกันภัยได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด รวมทั้งใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 ดำเนินการกับบริษัทตามขั้นตอนของกฎหมาย และได้ให้บริษัทดำเนินการแก้ไขฐานะการเงินและเร่งรัดให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนพร้อมทั้งได้เชิญกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทมาพบหลายครั้ง เพื่อรับทราบฐานะการเงินและให้ปรับปรุงแก้ไขฐานะการเงินให้ดำรงเงินกองทุนตามกฎหมายและมีสภาพคล่อง แต่บริษัทก็ไม่สามารถดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและยังคงค้างจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ประชาชนมาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก
นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เห็นว่า บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ขาดเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามกฎหมาย มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน และค้างจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนเป็นจำนวนมาก การดำเนินการจึงอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 สั่งให้บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นไป จนกว่าจะสามารถแก้ไขปรับปรุงฐานะการเงินให้มีความมั่นคง อยู่ในสถานะที่สามารถจะประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยต่อไปได้
เพื่อเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ถึงแม้ว่าบริษัทจะถูกสั่งให้หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวก็ตาม บริษัทยังต้องเร่งดำเนินการดังต่อไปนี้
1. จ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ยังคงค้างจ่ายให้แก่ประชาชนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
2. ปรับปรุงแก้ไขฐานะการเงินให้มีความมั่นคงอยู่ในสถานะที่จะสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้
3. ให้บริษัทแจ้งพนักงานหรือตัวแทนประกันวินาศภัยของบริษัทให้ยุติการชักชวนให้ประชาชนทำประกันภัยกับบริษัท เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคต

ดังนั้น ในระหว่างที่สั่งให้บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวนี้ ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนสามารถติดต่อขอรับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประสบภัยจากรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ หากไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ยื่นเอกสารครบถ้วน ก็สามารถขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ ทั้งนี้กรมการประกันภัยจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปกำกับดูแลการดำเนินการของบริษัท
 
http://www.doi.go.th/index.php
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919

ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
กรมฯ งัดกฎหมายปปง.เช็กบิลผู้บริหารบริษัทประกันขี้ฉ้อโกงลูกค้า

กรมการประกันภัยเสนอ ปปง.ดัดหลังผู้บริหารบริษัทประกันขี้ฉ้อ ให้เพิ่มความผิดฉ้อโกงบริษัทถึงขั้นยึดทรัพย์ในกฎหมายฟอกเงิน
นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา พบว่าผู้บริหารบริษัทประกันภัยมักจะนำเงินจากการขายกรมธรรม์ไปใช้ผิดประเภท หรือไม่มีการส่งเงินเข้าบริษัท ทำให้ประชาชนที่ซื้อประกันได้รับความเสียหายมาก
ทั้งนี้ กรณีของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ที่ถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราว ก็มีปัญหาเพราะการบริหารจัดการภายในและเงินค่าเบี้ยประกันไม่เข้าบริษัท ทั้งๆ ที่มีกรมธรรม์มากเกือบ 1 ล้านฉบับ และมีส่วนแบ่งตลาดด้านการประกันภัยรถยนต์เป็นอันดับ 4 ของประกันวินาศภัยในประเทศ จึงต้องพิจารณาว่าผู้บริหารทุจริตหรือฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ อย่างไร
นางจันทรา กล่าวว่า กรมฯ ได้เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ความผิดฐานฉ้อโกงของผู้บริหารบริษัทประกันภัย เป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงินด้วย
“เมื่อ ปปง.บรรจุความผิดไว้ในกฎหมายฟอกเงิน และมีผลบังคับใช้แล้ว จากนี้ไป หากพบว่าบริษัทประกันรายใดมีพฤติกรรมฉ้อโกงประชาชน หรือเอาเงินเบี้ยประกันไปใช้ในทางทุจริต หรือไม่นำส่งเข้าบริษัทจริง ผู้บริหารจะถูกยึดทรัพย์ ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ป้องกันการฉ้อโกงจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนได้ ส่วนกรณีสัมพันธ์ประกันภัยก็ต้องเข้าไปดูว่าเป็นอย่างไร” นางจันทรา กล่าว
สำหรับการแก้ไขปัญหาของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ที่ถูกสั่งให้หยุดการขายกรมธรรม์ชั่วคราวนั้น นางจันทรา กล่าวว่า กรมการประกันภัยได้ให้บริษัทจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันอย่างเร่งด่วน คาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม กรมการประกันภัยได้กำหนดให้บริษัทเสนอแผนทางธุรกิจเข้ามาภายในวันที่ 7 ส.ค. โดยต้องระบุแนวทางการเพิ่มเงินกองทุน 777 ล้านบาท และการเพิ่มสภาพคล่องให้ชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด หากไม่ดำเนินการก็จะมีมาตรการจัดการ แต่ยืนยันว่าจะยังไม่ยึดใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยและปิดกิจการโดยทันที เพราะต้องการให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันและอู่ซ่อมรถยนต์ให้หมดเสียก่อน หากสั่งปิดกิจการทันที ต้องใช้เวลานานกว่าจะจ่ายเงินค่าสินไหมให้ได้ทั้งหมด
สำหรับกรณีของบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต ที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนประกันชีวิตให้ครบถ้วนตามกฎหมาย หรือ 10% ของเบี้ยรับสุทธิ จนถูกสั่งปรับ 1.25 แสนบาท ตั้งแต่เดือน พ.ค.นั้น บริษัทจะต้องยื่นแผนทางธุรกิจมาให้กรมพิจารณาภายในเดือน ก.ค.นี้ ไม่เช่นนั้นกระทรวงพาณิชย์อาจแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมบริษัทเหมือนกับบริษัท สหประกันชีวิต ในขณะนี้
http://www.posttoday.com
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 19 ก.ค. 2550
http://www.doi.go.th/index.php
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
ดีลเลอร์บี้โตโยต้าเชือด "วิริยะประกันภัย" ไม่ปลื้มโฆษณาให้คู่ปรับ

"โตโยต้า" ไม่ปลื้ม หลังผู้บริหาร "วิริยะประกันภัย" รับเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาอีซูซุดีแมคซ์ ชี้เนื้อหาไม่แฟร์ ส่งผลกระทบกับค่ายรถอื่น ระบุคู่ค้ารายใหญ่ไม่ทำกันแบบนี้ แถมโตโยต้ายังเป็นลูกค้าเบอร์หนึ่ง ส่งรถให้ปีละกว่าแสนคัน เร่งกดดันให้แถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดโดยด่วน ขณะที่ดีลเลอร์โตโยต้าออกมาฮึ่ม จะบอยคอตไม่ส่งลูกค้าให้ ด้านผู้บริหารวิริยะฯ ปิดปากเงียบ ไม่ตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น คาดจัดแถลงข่าวเร็วๆ นี้
กลายเป็นประเด็นที่คนในแวดวงธุรกิจรถยนต์กำลังจับตามองว่า สถานการณ์จะบานปลายเป็นเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ จากกรณีภาพยนตร์โฆษณารถยนต์อีซูซุที่มี พล.ต.ท.เผ่าไทย ทองทิว กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยในภาพยตร์โฆษณาดังกล่าวมีภาพที่ พล.ต.ท.เผ่าไทย เป็นผู้ให้ข้อมูลพร้อมกับรับรองว่า รถยนต์อีซูซุมีความปลอดภัยและมีการเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุดนั้น
นอกจากจะสร้างความไม่พอใจในกลุ่มดีลเลอร์ หรือตัวแทนจำหน่ายของค่ายรถยนต์คู่แข่งสำคัญอย่างโตโยต้าแล้ว บรรดาดีลเลอร์ยังสะท้อนปัญหาความไม่พอใจมายังบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เพื่อให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับบริษัท วิริยะประกันภัย ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของโตโยต้ามายาวนาน แต่กลับมีผู้บริหารรับเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้กับค่ายรถยนต์คู่แข่ง และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งโตโยต้าและวิริยะประกันภัย
โตโยต้าไม่สบายใจ

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การที่ผู้บริหารของวิริยะประกันภัยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้กับรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง พร้อมกับออกมารับรองว่ารถยนต์ยี่ห้อนั้น มีความปลอดภัยและมีการเกิดอุบัติเหตุน้อยนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะตามปกติรถยนต์ที่จะเกิดอุบัติเหตุได้นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งคนขับ สภาพถนน สภาพการขับขี่ และรถยนต์ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดมีข้อมูลทางสถิติที่ชัดเจนและพิสูจน์ได้ว่า การเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
และในเมื่อทางวิริยะประกันภัยออกมาให้ข้อมูลแบบนี้ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายของโตโยต้ารู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะโตโยต้าก็เป็นคู่ค้ากับวิริยะประกันภัยมานาน และยังเป็นบริษัทประกันรายใหญ่ที่จัดทำประกันภัยให้กับรถยนต์โตโยต้าสูงถึง 50% ในแต่ละปี จากยอดขายรถยนต์ของโตโยต้าปีละประมาณ 2.8 แสนคัน ซึ่งถือว่ามีมูลค่าการค้าต่อกันสูงพอสมควร
"เราไม่เข้าใจว่า ทำไมทางวิริยะฯ ถึงได้ทำแบบนี้ เพราะทางวิริยะฯ ก็เป็นบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ซึ่งตามมารยาททางการค้าส่วนใหญ่แล้ว จะไม่ค่อยมีใครทำกันแบบนี้ ทางเราก็ได้ติดต่อกับผู้บริหารของวิริยะฯ ไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขอให้มีการชี้แจงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะขณะนี้ทางดีลเลอร์โตโยต้ารู้สึกไม่ค่อยพอใจ เนื่องจากที่ผ่านมาทางดีลเลอร์ของเราก็ส่งลูกค้าให้กับวิริยะฯ มาตลอด ดังนั้น จึงอยากให้ทางวิริยะฯ ออกมาแก้ไขในเรื่องนี้"
ทั้งนี้ สิ่งที่โตโยต้าต้องการมากที่สุดในตอนนี้ คือ คำชี้แจงที่ชัดเจนจากทางวิริยะประกันภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางโตโยต้าได้ติดต่อไปยังผู้บริหารของวิริยะประกันภัยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และขณะนี้ตัวแทนจำหน่ายของโตโยต้าได้สอบถามถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น โตโยต้าจึงอยากจะให้ทางวิริยะประกันภัยออกมาชี้แจงในเรื่องนี้อย่างชัดเจน
"สำหรับโตโยต้ากับวิริยะฯ แล้ว เราทำธุรกิจกันมาเป็นสิบปี และทางวิริยะฯ ก็เป็นบริษัทประกันรายใหญ่ที่โตโยต้าส่งลูกค้าให้ เนื่องจากเชื่อมั่นในเรื่องการดูแลลูกค้าและการเคลมประกันต่างๆ แต่ในเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เราอยากจะให้ทางวิริยะฯ ออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการชี้แจงกับโตโยต้าหรือจะเป็นการชี้แจงกับสื่อก็ตาม"
ดีลเลอร์เกาะติดความสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทั้งบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าทั่วประเทศ ยังไม่ได้มีการยกเลิกการส่งลูกค้าให้กับทางวิริยะประกันภัย และไม่ได้มีการออกจดหมายเวียนในเรื่องนี้แต่อย่างใด ยังคงดำเนินธุรกิจทุกอย่างไปอย่างต่อเนื่องตามปกติ
ด้านแหล่งข่าวจากวงการประกันภัยเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การที่ พล.ต.ท.เผ่าไทย ทองธิว กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด มาร่วมโฆษณากับทางอีซูซุในภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเห็นว่า อีซูซุก็เป็นลูกค้าที่มีความร่วมมือที่ดีต่อกัน ล่าสุด วิริยะประกันภัยก็เพิ่งได้สั่งซื้อรถยนต์ถึง 70 คัน เพื่อมาใช้บริการติดต่อและเคลมรถให้กับลูกค้าที่ทำประกัน ทางบริษัท อีซูซุเห็น จึงตอบแทนด้วยการเสนอการโฆษณาร่วมกัน โดยที่วิริยะประกันภัยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับวิริยะประกันภัย
ในเบื้องต้น ผู้บริหารของวิริยะประกันภัยไม่เห็นด้วย เพราะเกรงจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ดีลเลอร์รถยี่ห้ออื่นๆ และจะกระทบต่อยอดรับเบี้ยประกันภัย แต่ทางอีซูซุยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบ แต่กลับจะได้ภาพลักษณ์และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จึงมีการตกลงกันว่าจะโฆษณาโดยพูดข้อความดังกล่าว แต่จะไม่ให้ใส่ชื่อผู้โฆษณา รวมทั้งสัญลักษณ์โลโก้ของบริษัท วิริยะประกันภัย ในโฆษณา แต่สุดท้าย เมื่อมีการออกโฆษณาในสื่อ กลับมีการระบุชื่อและมีโลโก้บริษัท วิริยะประกันภัย ติดอยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อผู้บริหารบริษัท วิริยะประกันภัย เพื่อขอสัมภาษณ์กรณีดังกล่าว และกรณีที่ถูกบริษัท โตโยต้าฯ สั่งดีลเลอร์ไม่ให้ส่งงานประกันภัยให้กับวิริยะฯ แต่ถูกปฏิเสธและแจ้งว่า จะจัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ เมื่อไม่นานนี้บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เพิ่งได้รับรางวัล "The Best Insurance Company 2007" เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศด้านการประกันภัย อันดับ 1 ที่คัดเลือกจากคณะกรรมการ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1. สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย 2. สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 3. ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย และ 4. บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนั้น มาจากการพิจารณาเบี้ยประกันรับรวมสูงสุดและเบี้ยประกันภัยรถยนต์รวมสูงสุด ประจำปี 2549 ของกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์
โดยการรับมอบรางวัล "The Best Insurance Company 2007" นั้น พล.ต.ท.เผ่าไทย ทองธิว กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เป็นผู้รับมอบรางวัลเอง จาก นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
http://www.matichon.co.th/prachachat
ที่มาของข่าว :: นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับที่ 3915 19 ก.ค. 2550

http://www.doi.go.th/index.php
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
แฉ 3 บริษัทประกันภัยร่อแร่จ่อคิวเจ๊ง กรมฯ เร่งใช้เกณฑ์คุมเข้ม

คุมเข้มบริษัทประกันภัย ป้องกันปัญหาขาดสภาพคล่องจนเกินเยียวยา "จันทรา" รุกกำกับดูแล 4 ด้านหลัก การเงิน การลงทุน การบริหารจัดการ ความสามารถของบริษัท
แฉมีอีก 3 บริษัทใหม่ฐานะร่อแร่ ต่อคิวเจ๊ง ภาคเอกชนพร้อมเข้าเกณฑ์ใหม่ แต่ขอเวลาปรับตัว 3-5 ปี
นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยถึงการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยว่า กรมฯ อยู่ระหว่างจัดทำโครงการกำหนดกฎเกณฑ์เพียงพอ ของเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย (Risk Based Capital Adequacy) เพื่อกำกับดูแลบริษัทไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ โดยจะแบ่งการกำกับดูแลเป็น 4 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านปริมาณการรับทำประกัน ด้านการลงทุน และด้านการเงิน ซึ่งได้เริ่มให้บริษัทประกันภัยทดลองทำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว
"โครงการนี้จะทำให้กรมฯ รู้ว่า แต่ละบริษัทเป็นอย่างไร จากเดิมจะกำกับดูแลเฉพาะด้านการเงิน แต่นี่จะลงไปดูถึงการบริหารจัดการภายในบริษัท เงินลงทุนมีเท่าไร และสามารถลงทุนอะไรได้บ้าง สัดส่วนเท่าไร ขนาดของบริษัทจะมีปริมาณการรับทำประกันเท่าไร จึงจะเหมาะสม และเงินกองทุนเป็นอย่างไร หากมีด้านหนึ่งด้านใดบกพร่อง สามารถเตือนให้แต่ละบริษัทปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้แต่ละบริษัทเกิดปัญหาหนักจนเกินกว่าจะเยียวยา" นางจันทรา กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะใช้การกำกับดูแลตามโครงการดังกล่าวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้แต่ละบริษัทได้ปรับตัว เพราะสถานะหรือขนาดของแต่ละบริษัทต่างกัน หากบังคับใช้ทันทีโดยไม่ให้บริษัทขนาดกลางและเล็กได้ปรับตัว จะทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทเหล่านั้นได้ เพราะจะไม่สามารถดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสถานะของบริษัทให้เข้าหลักเกณฑ์ใหม่ได้ในทันที

นางจันทรา กล่าวว่า บริษัทประกันภัยที่มีปัญหา กรมฯ ได้สั่งหยุดขายกรมธรรม์ชั่วคราว 2 ราย คือ บริษัท ธนสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด และแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมบริษัทประกันชีวิต 1 ราย คือ สหประกันชีวิต แต่ยังมี  3 รายที่มีปัญหา ซึ่ง 2 ใน 3 รายเป็นบริษัทที่มีชื่อเดียวกัน แต่ทำทั้ง 2 ธุรกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่ทำธุรกิจด้านการเกษตร ซึ่งได้เชิญมาหารือแล้ว

โดยบริษัทแจ้งว่า ในส่วนธุรกิจประกันชีวิต มีเงินกองทุนขาดประมาณ 30 ล้านบาท แต่บริษัทจะเพิ่มทุน 100 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัย จะเพิ่มเงินกองทุนเช่นกัน กรมฯ กำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ย.นี้ และจะเชิญอีก 1 บริษัทที่เหลือ มาหารือต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า 2 ใน 3 รายเป็นบริษัทที่มีชื่อเดียวกัน แต่ทำทั้ง 2 ธุรกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่ทำธุรกิจด้านการเกษตร คือ บริษัท แอ๊ดวานซ์ อินชัวรันส์ และบริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ อินชัวรันส์ ซึ่งกรมการประกันภัยได้เชิญมาหารือแล้ว ส่วนอีก 1 บริษัท คือ บริษัท ศูนย์สุขภาพประเทศไทย จำกัด

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า การที่กรมจะใช้การกำกับดูแลตามโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้บริษัทประกันมีความแข็งแกร่ง และเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจในอนาคต แต่ต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งกรมฯ ได้ยืนยันว่าจะให้ระยะเวลาภาคเอกชนปรับตัว 3-5 ปี

นายสุจินต์ หวั่งหลี นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้หารือกับกรมฯ แล้วหลายครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ที่แน่นอน คงต้องหารืออีกหลายครั้งกว่าจะได้ข้อสรุป หากนำมาใช้แล้ว น่าจะทำให้แต่ละบริษัทมั่นคงขึ้น แต่อยากให้เอกชนมีเวลาในการปรับตัวบ้าง
สำหรับภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยถือว่าแข็งแกร่ง โดยช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ มีอัตราเติบโตประมาณ 8% เชื่อว่าทั้งปีจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกัน และมีเบี้ยรับรวมประมาณ 100,000 ล้านบาท ส่วนปีหน้าตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 110,000 ล้านบาท
http://www.thaipost.net
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.ไทยโพสต์ 1 ส.ค. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
ดีเดย์ 14 ส.ค.สัมพันธ์ฯ เริ่มจ่ายสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกัน

นางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวภายหลังผู้บริหารบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ยื่นแผนปรับปรุงธุรกิจ หลังจากกรมฯ สั่งหยุดดำเนินธุรกรรมชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย สามารถยื่นแผนปรับปรุงธุรกิจต่อกรมฯ เป็นที่ชัดเจน โดยในสัปดาห์นี้บริษัทจะไปชี้แจงกรมสรรพากร กรณีกรมสรรพากรอายัดธุรกิจทางการเงินที่บริษัทติดค้างภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้กรมสรรพากรแก้ไขให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินต่อไปได้ และทางบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมค้างจ่ายให้ลูกค้าของบริษัท จำนวน 2,426 ราย วงเงินรวม 182 ล้านบาท โดยจะเริ่มจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.นี้ ให้เสร็จภายใน 30 วัน รวมถึงบริษัทจะต้องชำระหนี้อู่ในเครือ และบริษัทอะไหล่รถยนต์อีก 444 ล้านบาท ให้เสร็จภายใน 30 วัน เช่นกัน

นอกจากนี้ ทางบริษัทยืนยันว่า ในส่วนของการเจรจากับบริษัทต่างชาติที่สนใจร่วมทุน จำนวน 4 ราย เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจประกันภัยเป็นที่ยอมรับทั่วโลกและอยู่ระหว่างเจรจาต่อรอง แต่บริษัทเห็นว่า การเจรจากับบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาร่วมทุน ทางผู้บริหารไม่มีความถนัดในการเจรจา จึงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเพื่อประสานดูแลการเจรจาให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อดำเนินการประเมินสภาพคล่องของบริษัท โดยจะเจรจาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป เมื่อเจรจาเสร็จ ทางบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จะสามารถดำเนินการเพิ่มเงินกองทุนประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท ที่สำคัญ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จะต้องดำเนินการตามแผนที่เสนอกับกรมการประกันภัยให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา ก่อนเปิดทำธุรกรรมใหม่

เท่าที่ดูแผนปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย มีความชัดเจน มีกรอบระยะเวลาที่แน่นอน จึงคิดว่าไม่น่ากังวลใจใดๆ และเท่าที่ตรวจเบี้ยค้างจ่าย ทางบริษัทยังสามารถชำระให้ผู้เอาประกันภัยได้ จึงขอความร่วมมือลูกค้าบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ให้มารับเบี้ยประกันตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป แต่หากบริษัทยังประวิงการจ่าย ขอให้ร้องมาที่สายด่วนประกันภัย 1186 นางจันทรา กล่าว

http://www.banmuang.co.th
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.บ้านเมือง 8 ส.ค. 2550

PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923
Mobile : 089 255 8749
Fax      : 0 2939 0919
www.vgetone.com


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
BKI เปิดซิง '2พลัส' ชูเบี้ยถูก 50% โกยยอด

กรุงเทพฯ ไม่หวั่นผลงานครึ่งปีแรกหลุดเป้า โตแค่ 5% เหตุยอดขายรถป้ายแดง วูบทำพอร์ตประกันรถหด ครึ่งปีหลังฮึดใหม่ขอโต 13% ผุดประกันใหม่ 2 พลัส “1st Car & Save” ดัมพ์เบี้ยถูกกว่าชั้น 1 ถึง 50% ดึง ลูกค้าซบต่อ พร้อมฉกลูกค้าจากค่ายอื่น ตั้งเป้า 15,000 คันถึงสิ้นปี

นายชัย โสภณพนิช ประธาน กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดเผยว่า ในช่วง ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาผลประกอบการของบริษัท ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเติบโตที่วางไว้ปีนี้ คือ เติบโตเพิ่มขึ้น 13% โดยสามารถสร้างผลงานเบี้ยรวมได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นเพียง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลงานครึ่งปีแรกไม่เข้าเป้า เพราะในช่วงไตรมาสสองการเติบโตค่อนข้างต่ำเพียง 2.8% เท่านั้นเมื่อเทียบกับ 6.8% ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ โดยสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของการประกันภัยรถยนต์ ที่ยอดขายรถใหม่ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ลดลงถึง 13% ส่งผลให้รถป้ายแดง ซึ่งเป็นพอร์ตการรับประกันหลักของบริษัทลดลงไปด้วย
นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการที่ตั้งเป้าไว้ว่า จะได้เบี้ยจากช่องทางการขายใหม่ คือ แบงก์แอสชัวรันส์ และการขายผ่านโทรศัพท์ หรือเทเลมาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) ที่ในตอนแรกคาดว่าจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่ต้นปี แต่เพิ่งจะเริ่มได้จริงเพียง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้เท่านั้น ทำให้เบี้ยที่เข้ามาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยได้เบี้ยจาก 2 ช่องทางนี้เพียง 50 ล้านบาทเท่านั้น จึงทำให้ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกโดยรวมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
อีกทั้งเนื่องจากในช่วงไตรมาสแรกของปีมียอดการเคลมสูง แม้ในช่วงไตรมาส สองยอดการเคลมจะลดลง แต่เมื่อรวมทั้งสองไตรมาสก็ยังค่อนข้างสูง ส่งผลให้ในช่วง ครึ่งปีแรกบริษัทไม่มีกำไรจากการรับประกัน แต่จะมีกำไรจากการลงทุน เนื่องจากอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝากที่ค่อนข้างสูง และการลงทุนในตลาดหุ้นที่มีการขายหุ้นบางส่วนออกไปทำให้มีกำไรจากส่วนนี้เข้ามา
อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ 13% ซึ่งเมื่อรวมทั้งปีน่าจะเติบโตได้ 8.5% เมื่อเทียบกับปี 2549 ที่ผ่านมาที่เติบโตได้ 13% โดยคาดว่าจะมีเบี้ยจาะมีเบี้ยจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ และเทเลมาร์เกตติ้ง 300 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็คาดว่ายอดการเคลมจะไม่เพิ่มขึ้นมากทั้งการประกันอัคคีภัย และการประกันสรรพภัย (IAR)
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ใหม่ คือ 1st Car & Save หรือประเภท 2 บวก 1 หรือ 2 พลัส เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ที่ต้องการความคุ้มครองเหมือนการประกันภัยชั้น 1 แต่เบี้ยจะถูกว่าถึง 50% โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์เนื่องจากการขับชนที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ทุนประกันตั้งแต่ 350,000 บาท ด้วยเบี้ยประกัน 8,300 บาท และสูงสุดรับประกันจนถึงทุนประกัน 5 ล้านบาท โดยนอกเหนือจากให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ได้แก่ ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย 1 ล้านบาทต่อคน สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทบาทต่อครั้ง และความเสียหายต่อทรัพย์สิน 1 ล้านต่อครั้ง รวมถึงคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) 100,000 บาทต่อคนต่อครั้ง ค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 100,000 บาทต่อคนต่อครั้ง และการประกันตัวผู้ขับขี่ 250,000 บาทต่อครั้งแล้ว ยังให้ความคุ้มครองกรณีรถหาย และไฟไหม้ตามทุนประกัน สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท และยังคุ้มครองถึงภัยก่อการร้ายสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทอีกด้วย แต่กรณีที่รถคันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) 2,000 บาทต่อครั้ง
“1st Car & Save ออกมาเพื่อเสริมช่องว่างของการประกันชั้น 1 กับชั้น 3 พิเศษที่มักเรียกกันว่า 3 พลัส ที่มีข้อจำกัดในเรื่องทุนประกันไม่สูงนัก ซึ่งในตลาดยังมีลูกค้าที่ต้องการทำประกันรถด้วยทุนประกันสูงกว่านี้ ดังนั้นจึงคาดว่า 3 พลัสจะเป็นสินค้าที่ทำตลาดได้ไม่นาน แต่หากเทียบเบี้ยของ 3 พลัสกับ1st Car & Save เพิ่มอีกพันบาทได้ความคุ้มครองเหมือนชั้น 1 ก็น่าสนใจมากกว่า เพราะตอบสนองความต้องการได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังรองรับกลุ่มลูกค้าเก่าของบริษัทที่มีการเคลมสูง โดยเฉพาะประเภทเคลมเล็กเคลมน้อยที่ทำให้ Loss Ratio ประกันรถยนต์ของบริษัทสูงกว่า 60% และลูกค้าประเภทนี้มีจำนวนมากถึง 60% ของเคลมทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าถึง 40-50% ของสินไหมทั้งหมด”
นอกจากนี้ยังเป็นการรองรับกลุ่มลูกค้าประวัติดี (No Claim Bonus) ของบริษัท ที่ต้องการทำประกันรถด้วยเบี้ยที่ถูกลงจะได้รับส่วนลดสูงถึง 30% และหากต่ออายุยังได้รับส่วนลดสุงสุดถึง 50% ทั้งนี้ปัจจุบันพอร์ทการรับประกันรถยนต์ของบริษัท ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประกันชั้น 1 ประมาณ 200,000-300,000 คัน และในจำนวนนี้ 80% เป็นรถเก๋ง ส่วนชั้น 3 มีไม่มากนัก โดยคาดว่ากลุ่มลูกค้าเก่าที่สนใจจะเปลี่ยนมาทำประกัน1st Car & Save น่าจะมีประมาณ 20% และอีกส่วนจะมาจากกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นลูกค้าจากบริษัทอื่นที่หันมาซื้อกับบริษัท โดยจะเริ่มออกขาย 15 ส.ค.นี้เป็นต้นไป และตั้งเป้าว่าถึงสิ้นปีจะมีลูกค้า 15,000 คัน ซึ่งช่วงนี้มีแคมเปญแถมผ้าชามัวร์อย่างดีสำหรับผู้ซื้อกรมธรรม์ดังกล่าวด้วย

http://www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 818 11-14 ส.ค. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
บิ๊กวินาศภัยชี้ "สัมพันธ์ประกันภัย" ไม่น่าซื้อ

“ชัย” อดีตนายก ส.วินาศภัยฟันธง! สัมพันธ์ฯ รอดยาก ไม่น่าซื้อ บัญชีมีปัญหาเยอะ เชื่อหนี้สินจริงมากกว่าตัวเลข ที่กรมฯเปิดเผย เกินพันล้านแน่นอน ประเมินอีก 6 เดือนเงินกองทุนติด ลบเพิ่มอีกอย่างน้อย 400 ล้านบาท รวมกว่า 1,100-1,200 ล้านบาท ใครอยากซื้อต้องมีหน้าตักอย่าง ต่ำเท่านี้ เชื่อทุนนอกหันซื้อค่ายอื่นแทนเหตุคลีนกว่า แถมใช้เงินแค่ 300-400 ล้านบาท เป็นเจ้าของไลเซ่นส์ได้แล้ว ด้านผู้บริหารสัมพันธ์ฯ ขอ 60 วันเจรจาผู้ร่วมทุน พร้อมเคลียร์หนี้ผู้เอาประกัน-อู่-สรรพากร ร่วม 700 ล้านภายใน 30 วัน

นายชัย โสภณพนิช อดีตนายก สมาคมประกันวินาศภัย ให้ความเห็นกรณีบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ที่กำลังดิ้นรนทุกวิถีทางแก้ไข ปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรงเงินกองทุนขาดจำนวนมาก จนถูกกรมการประกันภัยมีคำสั่งหยุดรับประกันภัยชั่วคราว

ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ผู้ที่จะมาซื้อสัมพันธ์ประกันภัยต้องมาประเมินราคาทรัพย์สิน หนี้สินหรือทำดิวดิลิเจนท์เพื่อศึกษาดูว่าบริษัทมีทรัพย์สิน หนี้สินอะไรอยู่บ้าง

ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าบัญชีภายในของบริษัทนี้มีปัญหาอยู่มากและถ้าดูข้อมูลจริงไม่น่าซื้อเพราะติดลบมากน่าจะมากกว่าตัวเลขที่กรมการประกันภัยเปิดเผยออกมาเพราะตัวเลขที่กรมการประกันภัยมีอยู่ในตอนนี้เฉพาะผู้เอาประกันภัยและอู่ซ่อมที่มาร้องเรียนเท่านั้น แต่ยังมีผู้เอาประกันภัยที่เกิดเคลมและบริษัทค้างจ่ายรวมถึงอู่ที่บริษัทติดหนี้อยู่และยังไม่ร้องเรียนเข้ามาอีก อีกทั้งยังมีหนี้สินในส่วนที่ผู้เอาประกันที่ตัวแทนย้ายไปทำกับบริษัทอื่นซึ่งต้องยกเลิกกรมธรรม์ขอเบี้ยคืนจากสัมพันธ์ฯอีก

"สิ่งที่บริษัทมีอยู่ตอนนี้แค่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ(ไลเซ่นส์) พนักงาน ตัวแทน ในส่วนตัวแทนเริ่มย้ายงาน ย้ายลูกค้าไปบริษัทอื่นเยอะแล้วเช่นเดียวกับพนักงานที่ลาออกไปมากแล้วเช่นกัน เชื่อว่ายอดหนี้สินน่าจะเกินพันล้านบาท ซึ่งถ้าย้อนไปดูวิธีการรับงานของเขาในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาเขาใช้วิธีตัดราคาเพื่อแย่งงานจากคนอื่นรับงานที่มีราคาต่ำสุดในตลาด ดังนั้นงานที่ได้มาจะขาดทุนเบี้ยต่ำกว่าเคลมที่เกิดขึ้นและยิ่งรับงานใหม่เข้ามามากขึ้นผลขาดทุนจะยิ่งมากขึ้นอีก"

ขณะที่รับงานราคาต่ำสุดในตลาดบริษัทยังมีบริการพิเศษให้ลูกค้าคือมีรถให้ขับระหว่างซ่อมโดยไปบังคับให้อู่มีรถให้ลูกค้าใช้ ตรงนี้เป็นต้นทุนเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับแม้รถใช้ระหว่างซ่อมอู่จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตรงนี้แต่อู่ต้องมาบวกเพิ่มอยู่ในค่าซ่อมอยู่ดีส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูงมากแต่เบี้ยกลับต่ำ

นายชัยกล่าวว่า หากดูจากประสบการณ์ ขณะนี้บริษัทเงินกองทุนขาดอยู่ 777 ล้านบาทตามตัวเลขกรมการประกันภัย อีก 6 เดือนตัวเลขจะเพิ่มอีก 50% หรือประมาณ 400 ล้านบาทเป็นอย่างน้อยเมื่อถึงตอนนี้เงินกองทุนจะขาดเพิ่มเป็น 1,100 หรือ 1,200 ล้านบาท โดยผู้ที่จะมาซื้อสัมพันธ์ประกันภัยหรือผู้ที่อยากซื้อใบอนุญาตต้องเตรียมเงินไว้มากกว่านี้เพราะ 1,100-1,200 ล้านบาทจะละลายหายไปกับการเคลียภาระหนี้สินและเงินกองทุนที่ต้องเติมให้เป็นบวก

อย่างนักลงทุนต่างชาติหลายรายที่มีข่าวว่าสนใจจะซื้อบริษัทนี้เชื่อว่าพอถึงเวลาจริงอาจจะไม่เอาหรือหันไปซื้อบริษัทอื่นแทนเพราะยังมีอีกหลายบริษัทที่มีผลงานดีกว่า บัญชีสะอาดกว่าที่สำคัญไม่ต้องใช้เงินเป็นพันล้านบาทซื้อใช้แค่หลัก 300 หรือ 400 ล้านบาทก็ซื้อใบอนุญาตได้แล้ว

นายชัยกล่าวว่า ขณะนี้มีค่าสินไหมที่สัมพันธ์ฯค้างจ่ายกรุงเทพฯทั้งกรณีรถยนต์ของลูกค้าบริษัทชนกับลูกค้าสัมพันธ์ฯและลูกค้าสัมพันธ์เป็นฝ่ายผิดซึ่งทางกรุงเทพฯสามารถไปเรียกคืนเงินค่าซ่อมส่วนนี้จากสัมพันธ์ฯได้รวมถึงกรณีที่ยังไม่มีการพิสูจน์ถูกผิดแต่กรุงเทพฯจ่ายค่าซ่อมไปให้กับลูกค้าก่อนรวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งหนี้ส่วนนี้เผื่อตัวเลขป็นศูนย์

ด้านนางจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางผู้บริหารสัมพันธ์ฯได้ส่งแผนปรับปรุงฐานะการเงินให้ตนพิจารณาแล้ว ตามแผนที่ผู้บริหารจัดทำขึ้นเองจะเจรจาหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันเพื่อแก้ไขเงินกองทุนที่ขาดอยู่ 777 ล้านบาท ให้ได้ แต่คาดว่าบริษัทอาจจะต้องเพิ่มทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทถึงจะมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะกลับมาดำเนินธุรกิจอีกได้ ซึ่งบริษัทแจ้งว่าขณะนี้มีผู้ลงทุนจากต่างประเทศ 4 รายแสดงความสนใจเข้ามาร่วมทุนและกำลังเจรจากันอยู่

อย่างไรก็ดี หากครบกำหนด 60 วันแล้วบริษัทยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน กรมฯจะดำเนินการตามกฎหมายถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตามจากการที่ผู้บริหารบริษัทเข้าหารือเห็นว่าไม่น่ากังวล เพราะมีผู้สนใจเข้าร่วมทุนและพอใจกับแผนการกำกับดูแลของกรมฯเพราะจะช่วยให้การประเมินสถานะที่แท้จริงของบริษัทได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ 14 ส.ค.นี้เป็นต้นไป บริษัทต้องจ่ายหนี้ค่าสินไหมให้กับผู้เอาประกัน 2,426 ราย เป็นเงิน 182 ล้านบาท จ่ายหนี้ให้กับอู่กลางและร้านจำหน่ายอะไหล่ 444 ล้านบาท และจ่ายหนี้ภาษีมูลค่าเพิ่ม 46 ล้านบาทให้ครบตามกำหนด

นางสาวชำเลือง ชาติสุวรรณ รองอธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวว่า ในส่วนสินทรัพย์ ทางผู้บริหารแจ้งว่า ขณะนี้มีที่ดินอยู่จำนวนหนึ่งต้องมาตีราคามูลค่าเท่าไร และมีเบี้ยค้างรับอยู่กับตัวแทน นายหน้าอีกกว่า 400 ล้านบาทต้องติดตามคืนมา

http://www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 818 11-14 ส.ค. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
จับสัญญาณร้ายประกันไร้คุณภาพ เบี้ยถูก-อู่เมิน-ลูกค้ารับกรรม

จับสัญญาณร้าย บริษัทประกันภัยไร้คุณภาพ แฉเล่ห์ร้ายประกันภัยลวง เบี้ยถูก-อู่เมิน-ลูกค้ารับกรรม

- ประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 หมื่น กับ 1.2 หมื่น คุณเลือกอันไหน ?
- เคยไหมอู่ไม่รับเคลม หรือต้องจ่ายเงินก่อน สุดท้ายเบิกกับบริษัทประกันไม่ได้
- เคยไหมอู่ยึดรถคุณไว้ก่อน
- เคยรู้ไหมบริษัทประกันไหนใกล้เจ๊ง
       
กรณีกรมการประกันภัยสั่งปิดการขายกรมธรรม์ใหม่เป็นการชั่วคราวของบริษัทธนสินประกันภัย เมื่อ 13 มีนาคม 2550 และบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย เมื่อ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในเวลาเพียง 4 เดือน ความเสียหายก็กลายเป็น "ไฟลามทุ่ง" ลูกค้าและอู่ซ่อม เหมือน "ตกนรกทั้งเป็น" เพราะแม้แต่กรมการประกันภัย "เจ้าภาพ" รับร้องเรียนความเสียหายก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่า "รอคอย" เงินใหม่ จากทุนใหม่เข้ามาซื้อกองเศษซากขยะของทั้ง 2 บริษัท
       
ขณะที่บริษัทใหญ่หลายแห่งก็มีทางออกให้กับลูกค้า โดยแนะนำให้เฝ้าสังเกตุ "สัญญาณประกันภัยมรณะ" จาก "มาตรการป้องกันฉบับชาวบ้าน" กลายเป็นบทเรียน "เบี้ยราคาถูก" บริการประทับใจ ไม่มีในโลก
       
ช่วงที่ผ่านมาแม้เรื่องราวของบริษัทประกันภัยรถยนต์บางแห่งประสบปัญหา อาจจะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่โตระดับประเทศ แต่ต้องยอมรับว่าบริษัทเหล่านี้เกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำประกันไว้กับบริษัทที่เกิดปัญหาอย่างสัมพันธ์ประกันภัยที่เป็นเบอร์ 2 ของประกันภัยรถยนต์ด้วยกรมธรรม์กว่า 1 ล้านราย
       
ก่อนหน้านี้ ทางธนสินประกันภัยประสบปัญหามาก่อนและอยู่ในระหว่างการดำเนินการแก้ไขสถานะของบริษัท ตามมาด้วยการร้องเรียนของผู้เสียหายกับสัมพันธ์ประกันภัย โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลอย่างกรมการประกันภัยทำได้เพียง ให้บริษัทเหล่านี้จัดทำแผนปรับปรุงกิจการและหาทางชำระค่าสินไหมต่าง ๆ ที่คั่งค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ และรอเม็ดเงินจากพันธมิตรใหม่ที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหา
       
เนื่องจากประกันภัยรถยนต์ ที่มีพอร์ตคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60 ของภัยทั้งหมดรวมกัน เมื่อบริษัทใหญ่ที่มีกรมธรรม์มากเป็นอันดับ 2 ต้องประสบปัญหาด้านสภาพคล่อง ความเดือดร้อนจึงเกิดขึ้นถ้วนหน้าตั้งแต่ลูกค้าผู้เอาประกันภัยหรือ เจ้าของรถ อู่รถ ร้านค้าอะไหล่ รวมถึงเจ้าหนี้ผู้ปล่อยกู้ทั้งหลาย
       
ขณะที่ผู้บริหารเดิมของบริษัทประกันเหล่านั้นยังคงทำหน้าที่เพียงแค่การหาผู้ร่วมทุนใหม่ และหากเงินมาชำระหนี้ที่คั่งค้างไว้เท่านั้น ขณะที่ความเดือดร้อนของผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายทำได้เพียงแค่รอ
       
กรมฯ แก้เกี้ยวสัมพันธ์ฯ
       
ธนสินประกันภัย และสัมพันธ์ประกันภัย เป็นธุรกิจประกันภัยที่เดินตามรอยเท้ารุ่นพี่ "รัตนโกสินทร์ประกันภัย" และ "พาณิชย์การประกันภัย" ที่ถูกสั่งปิดกิจการไปก่อนหน้านี้ เพราะผลลุกลามจาก เงินกองทุนติดลบ และขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก ก่อนจะส่งสัญญาณของความเดือดร้อน ผ่านการร้องเรียนของกลุ่มลูกค้าและอู่ที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นระยะๆ
       
ที่ผ่านมา กรมการประกันภัยจะประกาศรายชื่อบริษัทประกันที่ถูกลงโทษจากการดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามกฎหมายและมีปัญหาเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทน แต่งานนี้ไม่พบชื่อของบริษัทสัมพันธ์ประกันภัย
       
กรมการประกันภัยอธิบายกรณีนี้ว่า เป็นเพราะสัมพันธ์ฯ ยังทยอยจ่ายสินไหม และไม่มีคดีขึ้นโรงขึ้นศาล จึงไม่มีชื่อถูกขึ้น "บัญชีดำ" เหมือนเจ้าอื่น ๆ แต่หลังจากมีการร้องเรียนมากขึ้นเรื่อย ๆ กรมฯก็ได้ใช้อำนาจตัดสินใจ จัดการปัญหาโดยการสั่งหยุดการขายในทันที
"นี่ไงเราได้จัดการขั้นเด็ดขาดแล้ว หลังจากก่อนหน้านั้นได้พยายามดูแลให้เขาแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด " จันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย ไขข้อข้องใจกรณีที่ชื่อสัมพันธ์ฯเป็นรายเดียวที่ยังไม่มีชื่อติดบนเว็บไซต์เหมือนรายอื่น จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นมา
ทั้งที่มีการสั่งปรับเงินกองทุนขาดและประวิงเวลาจ่ายสินไหม ของทั้งสองรายนานเป็นเดือน ๆ จนที่สุดได้ข้ามมาถึงขั้น "มะเร็งระยะสุดท้าย" กรมการประกันภัยต้องสั่งหยุดการขาย ก่อนที่ลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องราวจะกลายเป็นลูกค้ารายใหม่
       
ตัดเบี้ยต่ำจุดจบ
       
ผู้คนในแวดวงประกันภัยที่คร่ำหวอดมานานถึงกับบอกว่า ในรายของสัมพันธ์ประกันภัยจะหนักกว่าธนสินฯก็ตรงที่ มีลูกค้าในพอร์ตมหาศาลเกือบล้านกรมธรรม์ เป็นอันดับสองรองจากวิริยะประกันภัย ความเสียหายจึงรุนแรงกว่าเป็นเท่าตัว
       
แต่ที่เหมือนกันจนเกือบจะกลายเป็นสูตรสำเร็จของบริษัทชะตาขาดเหล่านี้ก็คือ การเล่นสงครามราคา หรือตัดราคาเบี้ยให้ต่ำจนสามารถผลิตเบี้ยได้มโหฬาร หลังการก่อตั้งบริษัทได้เพียงไม่กี่ปี
ปูมหลังของผู้บริหารค่ายสัมพันธ์ฯ เริ่มต้นมาตั้งแต่ ย้ายตัวเองมาจาก ลิเบอร์ตี้ประกันภัย หลังจากนั้นก็เริ่มต้นธุรกิจในช่วง 5 ปีแรกอย่างครึกโครม เบี้ยกระโดดจาก 100 ล้านบาท มาถึงระดับ 4 พันกว่าล้านบาทในเวลาเพียง 10 ปี
ที่ผ่านมาจะเลือกตัดราคาประกันภัยรถชั้นหนึ่ง ด้วยราคาที่น่าสนใจ เช่นวิริยะประกันภัยคิดเบี้ย 2หมื่นบาท สัมพันธ์ฯจะคิดเบี้ยอยู่ที่ 1.2 หมื่นบาท โดยให้คอมมิชชั่นตัวแทนสูงกว่าค่ายอื่น ทำให้มีปัญหาซุกซ่อนอยู่ในต้นทุนการจ่ายสินไหมที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
แต่แล้วเบี้ยที่โตก้าวกระโดดแบบน่ากลัว โดยไม่มีการเตรียมการรองรับ ก็ทำให้สัมพันธ์ฯ ถูกตั้งข้อครหาจากสังคมถึงความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการไซฟ่อนเงิน เหมือนกับที่เคยเกิดกับรัตนโกสินทร์ประกันภัยและพาณิชย์การประกันภัย
       
ทั้งรัตนโกสินทร์ฯ พาณิชย์การฯ ธนสินฯ หรือแม้แต่สัมพันธ์ประกันภัย ต่างก็ใช้สูตรดำเนินธุรกิจเดียวกันคือ คิดเบี้ยราคาต่ำ แลกกับการรับงานจากไฟแนนซ์ หรือดีลเลอร์รถยนต์ ลูกค้าซื้อรถใหม่ป้ายแดงจึงทั้งถูกมัดมือชกจากไฟแนนซ์ และถูกล่อลวงเข้าไปใน "วังวน" ที่กำลังจะพบกับ "จุดจบ" ในเวลาต่อมา
       
ของถูกไม่มีจริง
       
ผู้บริหารรายหนึ่ง เปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด และธุรกิจจะอยู่ได้ ราคาเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 1.7-1.8 หมื่นบาท ถ้าต่ำกว่านั้น ก็สามารถเดาได้ว่าลูกค้าผู้เอาประกันภัยจะต้องเจอกับหายนะอย่างแน่นอน
       
ผู้บริหารธุรกิจประกันภัยในเครือแบงก์ใหญ่ อธิบายเรื่องต้นทุนจากการดำเนินงานลักษณะนี้ว่า การรับงานโดยไปตัดราคาบริษัทอื่น เพียงไม่กี่ปีเบี้ยก็พุ่งกระฉูด พอๆกับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เบี้ยราคาต่ำไม่สามารถครอบคลุมได้
       
"เบี้ยราคาถูกจึงอันตราย บริษัทที่บริหารงานแบบนี้จะเล่นตัดราคา จ่ายคอมมิชชั่นสูงๆล่อใจตัวแทน ให้เครดิตยาวๆ เพื่อให้เบี้ยโตเร็ว และงานเข้ามาให้มากที่สุด"
       
เจ้าของรถหลายรายมีประสบการณ์จากการซื้อกรมธรรม์เบี้ยราคาถูก มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ของถูกมักไม่มีจริง แถมยังเคลือบยาพิษ ทำให้ผู้ซื้อประกันภัยรถยนต์ถึงกับต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าซ่อมรถให้กับอู่เอง ทั้งที่จ่ายเงินเพื่อซื้อความคุ้มครองราคาเป็นหมื่นๆบาท และหลายต่อหลายคนก็มีประวัติการขับขี่ดี นานๆจึงจะซ่อมสักครั้ง
       
สูตรตัดราคาแบบง่ายๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโต ทำให้การโหมรับงานใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาพอกพูนมาก ก็ยิ่งทำให้ผลประกอบการขาดทุนบานปลายมากขึ้น โดยเฉพาะการจ่ายสินไหมทดแทนมูลค่าความเสียหายสูงๆ ในขณะที่บริษัทรับเบี้ยมาราคาต่ำ ทำให้บริษัทต้องหาเงินเข้ามาหมุนเวียน เพื่อให้ดำเนินงานต่อไปได้ จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ไม่สิ้นสุด
       
ผลก็คือ บริษัทเหล่านี้จะเริ่มเข้าไปกดดันอู่ ด้วยวิธีให้อู่ลดราคาซ่อมให้กับลูกค้า อู่ที่รับงานก็จะมีรายได้อะไหล่และค่าแรงน้อย ซึ่งทั้งหมดถือเป็นต้นทุนแทบทั้งนั้น ขณะเดียวกันโครงการรถใช้ระหว่างซ่อม ถ้าบริษัทเป็นคนจ่ายเองคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าให้อู่เป็นฝ่ายจัดการ ต้นทุนก็จะโผล่มาเป็นค่าซ่อมรถของบริษัท
       
ผู้บริหารบริษัทประกันภัยรถยนต์รายใหญ่ ให้ความเห็นว่า การทำงานร่วมกับอู่ บางครั้งบริษัทก็จำเป็นต้องให้เขามีกำไรบ้าง ทั้งจากค่าซ่อม ค่าแรง ไม่เบี้ยว เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ไม่ใช่ประเมินราคาซ่อมอู่เกือบครึ่งของราคาจริง ตรงนี้อู่ก็อยู่ไม่ได้ บริษัทที่บริหารงานดีๆ จึงมักจะมีหน่วยตรวจสอบอู่ เพื่อกันไม่ให้อู่ฉลาดแกมโกงใส่อะไหล่เก๊ให้ลูกค้า หรือปรับเงินอู่ที่ซ่อมไม่ดี ขณะเดียวกันก็ต้องคุมมาตรฐานอู่ เพื่อไม่ให้เสียชื่อ เวลาลูกค้าส่งรถเข้าซ่อม
       
อู่บอกได้ ประกันไหนไม่ดี
       
ผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจเบอร์หนึ่งในวงการประกันภัยรถยนต์ แนะนำให้ผู้ที่จะทำประกันภัยต้องรู้จักสอบถามกับอู่ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากการติดตามข่าวสาร และหมั่นดูเว็บไซด์ของกรมการประกันภัยให้เป็นประจำ ซึ่งอาจจะไม่ได้บอกรายละเอียดมากนัก นอกจากรายงานงบบัญชีเกี่ยวกับเงินกองทุนติดลบ และการขาดสภาพคล่องที่จะต้องถูกประจานอยู่เป็นปรกติ แต่ก็ถือว่าเป็นตัวช่วยระดับหนึ่ง
       
"ที่ลูกค้ามักจะเจออยู่เสมอก็คือ อู่ที่พูดตรงๆ ก็จะบอกเลยว่า ไม่รับหรือคิวจองยาว บางรายบอกปัดอ้อมๆก็จะบอกว่า อะไหล่หมด หรือไม่ก็ต้องยอมจ่ายเงินซ่อมเอง โดยอู่จะให้อะไหล่คุณภาพต่ำก็ต้องยอม"
       
ที่ต้องสังเกตมากขึ้นก็คือ เมื่อโทรไปหาแล้ว บริษัทโยนเรื่องไปมา ผลัดวันประกันพรุ่ง โทรติดต่อยาก ไม่ติดต่อกลับมา หรือเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ดูแล ไม่บอกราคาซ่อม ไม่ยอมดำเนินการใดใด หรือประวิงเวลาซ่อมรถนานเป็นเดือนๆ จนสุดท้ายบ่ายเบี่ยงให้ลูกค้าจ่ายเงินให้อู่ไปก่อน แล้วมาเบิกกับบริษัททีหลัง ถ้าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังซื้อกรมธรรม์ ก็ให้เชื่อได้เลยว่า โดนหลอกเข้าให้แล้ว
       
ว่ากันว่า ในรายของสัมพันธ์ฯ การใส่เงินเข้ามาเติมเงินกองทุนและชดใช้ความเสียหายให้กับลูกค้าและอู่ อาจไม่ใช่แค่ 1.2 พันล้านบาท แต่อาจจะวิ่งไปถึง 3 พันล้านด้วยซ้ำไป ถ้านับหนี้นอกระบบที่สัมพันธ์ฯพยายามจะให้นายทุนรายใหม่รับผิดชอบ รวมเข้ากับลูกค้าที่ยังซ่อมไม่เสร็จ และยังไม่ซ่อมอีกเป็นจำนวนมาก
       
"กว่าเรื่องทุนใหม่จะจบใน 6 เดือน เงินกองทุนที่ติดลบก็คงจะขยับเพิ่มเป็น 20% แล้ว เพราะยังมีที่ไม่ได้แจ้งร้องเรียนเข้ามาอีกมาก และตัวแทนที่พาลูกค้าย้ายไปบริษัทอื่น ก็อาจจะต้องขอยกเลิกกรมธรรม์และขอเงินคืน ขณะที่ตัวแทนหลายรายหันไปส่งงานให้บริษัทอื่นแล้ว"
       
และเป็นที่รับรู้กันว่า การที่สัมพันธ์ประกันภัยขึ้นมายืนเป็นเบอร์สองในธุรกิจประกันภัยรถยนต์ในเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่มีเบี้ยเติบโตเป็นเท่าตัวก็เพราะใช้วิธีลัดแบบนี้ ผสมกับข้อครหาเรื่องการยักย้ายถ่ายเทเงินออกไป เมื่อรับเบี้ยที่ขยายใหญ่ ในขณะที่บริษัทไม่มีระบบรองรับให้สอดคล้องกัน การบริหารจัดการภายในจึงมีเม็ดเงินรั่วไหล อาจเกิดขึ้นได้จากโดยตั้งใจหรือเผลอเรอ จนยากจะรับมือหรือจัดการได้ทันท่วงที
       
"ลูกค้าเคลมเข้ามาเยอะ ขณะที่เบี้ยเก็บมาถูกกว่าเจ้าอื่น บริษัทก็ให้ใครก็ไม่รู้จัดการกันเอง ระบบงานก็มั่วหมด พอเคลมเข้ามามาก ก็ไม่มีเงินหมุนเวียนจะจ่ายให้กับอู่ หรือถึงจะมีก็จ่ายช้ามาก หลายอู่ก็เริ่มจะไม่รับงานจากบริษัทนั้น หรือไม่อย่างนั้นบริษัทก็จะให้ลูกค้าจ่ายสำรองออกไปก่อน เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลูกค้ารายใดหลวมตัวก็เสียเงิน 2 เด้ง คือ จ่ายเบี้ยประกันภัยไม่พอ ยังต้องมาจ่ายเงินซ่อมรถเองอีก"
ผู้บริหารรายนี้ยังแนะนำว่า ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ธุรกิจชื่อเสียเหล่านี้จะมีสัญญาณให้คอยจับผิดอยู่นานหลายปี ซึ่งถ้าได้ยินข่าวคราว ผลประกอบการย่ำแย่มาตลอดก็ให้พิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนตัดสินใจเป็นลูกค้า
       
กรณีธนสินประกันภัย และสัมพันธ์ประกันภัย น่าจะเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดในรอบปีนี้ สำหรับข่าวคาว ที่มีลักษณะผิดสังเกตมานานร่วมเดือน โดยฝ่ายหลังเริ่มจะออกอาการนานเป็นปีๆด้วยซ้ำ แต่ก็ลอยนวลมาได้ทุกครั้ง
       
"กรณีสัมพันธ์ฯ รายล่าสุด จะพบว่าอู่ไม่รับงานมาเป็นเวลา 1-2 ปีแล้ว บริษัทก็ปล่อยให้คาราคาซัง ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ กรมการประกันภัยมีกฎหมายในมือกลับปล่อยปละละเลย ให้ปัญหาเป็นไฟลามทุ่ง ทั้งที่ลูกค้าและอู่เข้าไปร้องเรียนแล้ว"
       
ผู้บริหารบริษัทประกันภัยรายหนึ่งถึงกับบอกว่า ก่อนหน้านี้อู่หลายแห่งเข้าร้องเรียนกับกรมการประกันภัย ตั้งแต่สัญญาณเริ่มส่งเสียงร้องเบาๆ จนเสียงแผดดังขึ้น แต่กรมฯก็ดำเนินการแบบขอไปที จนปัญหากลายเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
       
ดูประวัติผู้บริหาร
       
อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถต้องเฝ้าติดตามข่าวคราวก็คือ บริษัทที่จะทำประกันภัยมีใครเป็นเจ้าของ ความเป็นมาอย่างไร เช่น เคยทำงานอะไรมาก่อน และประวัติการทำงานเป็นอย่างไร
       
"มีเยอะที่ผู้บริหารบริษัทมักจะบริหารธุรกิจไม่โปร่งใส มีการฉ้อฉลภายใน นำเงินที่ได้จากเบี้ยไปลงทุนทำธุรกิจอื่นจนเจ๊งกันเป็นแถว ที่สำคัญคือ การลงบัญชีในงบการเงินที่ลงไม่หมด นี่แหละที่เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งทำให้บริษัทเจ๊งง่ายๆ"
       
ทุกวันนี้ยังมีผู้บริหารหลายรายที่นั่งอยู่ในบริษัทประกันภัยและมีประวัติการทำงานไม่ดีนัก เมื่อแทรกตัวเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากบริษัทหนึ่งได้จนหนำใจ ก็จะย้ายไปอยู่บริษัทใหม่ เหมือนเป็นการ "จับเสือมือเปล่า" เมื่อไปไม่รอด ธุรกิจถูกสั่งปิด ลูกค้าก็มักจะเป็นฝ่ายรับกรรม
       
ผลที่ตามมาก็คือ เวรกรรมที่เกิดกับลูกค้ามากกว่า 2 พันราย ที่จ่ายเงินค่าซ่อมไปก่อนและอู่ต้องยึดรถไว้ค้ำประกัน ที่บริษัทค้างจ่ายอู่ หรือในบางราย ลูกค้าต้องเสียเงินซ่อมรถเองหลายหมื่น แต่ก็ยังไม่สามารถนำไปเบิกกับบริษัทได้
       
โดยเฉพาะในรายของสัมพันธ์ฯ หลังจากถูกร้องเรียนจากลูกค้าและอู่ซ่อมที่ติดหนี้อยู่เกือบ 700 ล้านบาท สาขาหลายแห่งก็ถูกปิดไปโดยปริยาย พนักงานไม่กล้าไปทำงาน ตัวแทนเริ่มเบือนหน้าหนี หันไปส่งงานให้กับบริษัทอื่น
       
"สัมพันธ์ฯ มีภาระต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานสิบล้านบาท ผู้บริหารก็หนีไปหมดแล้ว เบี้ยค้างรับจากตัวแทนก็มีอีกมาก มีทั้งที่ค้างรับจริง และไม่จริง แถมยังมีบางรายที่จ่ายเช็คไปแล้ว แต่ดันไปเข้าบัญชีเจ้าของ หรือกรรมการบริษัท"
       
ลูกค้าสัมพันธ์ฯ ช่วงนี้อย่าชน
       
ผู้บริหารบริษัทประกันภัยรายใหญ่ แนะนำให้ลูกค้าเก่าสัมพันธ์ประกันภัยที่ยังไม่รู้ทางออก ให้วิ่งไปหาตัวแทน ให้จัดการยกเลิกกรมธรรม์และขอเบี้ยคืนกับสัมพันธ์ประกันภัย หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องโอนไปซื้อกรมธรรม์ใหม่กับบริษัทอื่น โดยลูกค้าอาจจะได้รับส่วนลดบางส่วน จากการคิดอัตราเบี้ยที่คิดคำนวณเอาอายุกรมธรรม์เก่าที่เหลือบวกกับเวลา 1 ปี ที่ลูกค้าต้องซื้อกรมธรรม์จากบริษัทใหม่
       
หรือวิธีสุดท้ายก็คือ ไปร้องเรียนกับกรมการประกันภัย ผ่านสายด่วนประกันภัย ถ้ายังไม่ได้ผลก็ต้องทนรอ และขับรถอย่างระมัดระวังไปก่อน ในกรณีที่ยังไม่สามารถซื้อกรมธรรม์ฉบับใหม่จากบริษัทอื่นได้ ขออย่าชนหรืออย่าบาดเจ็บจากรถของลูกค้าสัมพันธ์ฯ ที่โรงพยาบาลบางแห่งไม่ยอมรับรักษา ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลเหล่านั้นสามารถเบิกเงินได้ตาม พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ
       
งานนี้ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คงต้องบอกว่าตัวใครตัวมัน หรือไม่ก็ต้องทนรอว่า กรมการประกันภัย "เจ้าภาพ" จัดการงานนี้ จะกล้าตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อไรและอย่างไร กับบริษัท "เขี้ยวลากกิน" ฉ้อฉลเหล่านี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียที
       
สูตรสำเร็จ 2 ผู้นำประกันภัยรถยนต์ "วิริยะฯ-กรุงเทพฯ" คุมมาตรฐานอู่-มัดใจลูกค้า
       
เปิดสูตรรักษาบัลลังก์ผู้นำประกันภัย แม้คิดค่าเบี้ยแพงแต่ลูกค้าไม่ตก ชูบริการหัวใจสำคัญคือ อู่ต้องได้มาตรฐาน ที่ซ่อมแล้วลูกค้าพอใจ พร้อมทั้งหลักบริหารอะไหล่และตัวแทน
       
วิริยะประกันภัย และกรุงเทพประกันภัย นับว่าเป็นธุรกิจประกันวินาศภัย ระดับหัวแถว ที่ขึ้นชื่อในด้านบวกเรื่องอู่และการให้บริการลูกค้า จนแทบไม่มีรอยมลทินติดตัวเหมือนเจ้าอื่น โดยเฉพาะผู้นำตลอดกาล "วิริยะฯ" ที่คุมเข้มบริหารอู่ จนไม่มีใครโค่นบังลังก์แชมป์ลงได้ ขณะที่กรุงเทพประกันภัย ในเครือ "บัวหลวง" ก็กำลังไต่ระดับขึ้นมาแทน เบอร์ 2 "สัมพันธ์ประกันภัย" อย่างน่าสนใจ จากการโฟกัสไปที่สินค้านวัตกรรมใหม่ "2 plus" และโครงการ "อู่ชวนซ่อม" ที่จะมีการขึ้นป้ายรับประกันการซ่อมทั้งกับลูกค้าและไม่ใช่ลูกค้าบริษัท
       
ถึงแม้เจ้าของตำแหน่งแชมป์ตลอดกาลอย่าง "วิริยะประกันภัย" เบอร์หนึ่ง ประกันภัยรถยนต์ จะคิดเบี้ยประกันรถยนต์สูงกว่า ธุรกิจค่ายคู่แข่ง จนขึ้นชื่อลือชา แต่ชื่อเสียงของวิริยะฯก็มักจะยืนอยู่ในลำดับต้นๆ ของบริษัทที่ให้บริการลูกค้าได้สมเหตุสมผล จนแทบไม่มีรอยด่างพร้อย
       
ส่วนหนึ่งที่ทำให้วิริยะฯ รักษาตำแหน่งแชมป์เอาไว้ได้ทุกสมัย ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ทุนหนาจากอีกฟากโลก ก็คือ การบริหารและคุมเข้มอู่ซ่อมอย่างเป็นระบบ ตามที่ผู้บริหารวิริยะฯ อวดอ้างสรรพคุณเอาไว้ว่า ทัดเทียมได้กับการ "ซ่อมมาตรฐานโรงงาน" หรือ มาตรฐานซ่อมห้าง
       
รูปแบบการบริหารอู่ลักษณะนี้ จะควบคุมพฤติกรรมการซ่อมของอู่ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง
       
"ถ้าลูกค้าเคลมถึง 3 ครั้ง ก็อาจต้องปรับอู่รายนั้น ทำอย่างนี้ อู่ก็จะไม่กล้าทำอีก หรือถ้าลูกค้าแจ้งเข้ามาว่า อู่ซ่อมไม่ดี ลูกค้าต้องซ่อมแล้วซ่อมอีก ก็อาจจะถึงขั้นปิดอู่ไปเลย บางรายใส่อะไหล่ที่ซื้อมาจากไต้หวันให้ลูกค้า จุดนี้ก็จะทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกได้ง่ายๆ"
       
การบริหารคุมเข้มอู่ซ่อมยังรวมไปถึงการป้องกันอู่ที่ฉลาดแกมโกง ใส่อะไหล่เทียมให้ลูกค้า ในขณะที่บริษัทให้ราคาเป็นอะไหล่แท้ เมื่อลูกค้าแจ้งเข้ามา อู่นั้นก็อาจจะถูกปรับเป็น 10 เท่า
       
วิริยะฯ ยังใช้วิธีบริหารสต็อกอะไหล่ของแท้ให้มีต้นทุนต่ำ ด้วยการสั่งซื้อล็อตใหญ่ ทำให้ได้ราคาส่วนลดถึง 40% เช่น ราคาชิ้นส่วนกันชน บริษัทอื่นอาจจะซื้อที่ราคา 15,000 บาท แต่วิริยะซื้อได้ในราคาเพียง 9,000 บาท
       
ผู้บริหารบอกว่า วิริยะฯ จะใช้วิธีมีหน่วยตรวจสอบตามอู่ โดยการสุ่ม เพื่อเฝ้าดูการบริหารจัดการให้มีมาตรฐานระดับเดียวกัน นอกจากนั้น ก็ยังคุมเข้มตัวแทนอย่างเคร่งครัด เช่น ถ้ารายใดไม่ส่งเบี้ยเข้าบริษัท ก็จะฟันไม่เลี้ยงทันที
       
ส่วนหนึ่งก็เพราะรอยรั่วไหลส่วนใหญ่ของธุรกิจประกันภัยรถยนต์ก็คือ การบริหารจัดการของกลุ่มพนักงาน ซึ่งถ้ามีจำนวนมากจนควบคุมไม่ได้ ระบบก็จะเปิดช่องโหว่ให้เกิดขบวนการทุจริต ฉ้อฉลระหว่างพนักงานและอู่ได้ เหมือนกับที่เคยเกิดกับรัตนโกสินทร์ประกันภัย พาณิชย์การประกันภัย ธนสินประกันภัยและ รายล่าสุดสัมพันธ์ประกันภัย
       
ผู้บริหารวิริยะฯ ยอมรับว่า กรณีที่เกิดกับสัมพันธ์ประกันภัย พลอยทำให้วงการประกันภัยและ วิริยะฯเดือดร้อนไปด้วย ก็ตรงที่ มีการคาดกันจากหลายฝ่ายว่า บริษัทพอร์ตใหญ่อย่างสัมพันธ์ฯยังล้มได้ แล้วบริษัทเล็กหรือบริษัทอื่นก็คงมีชะตากรรมไม่ต่างกัน
       
"เราเดือดร้อนด้วย เพราะลูกค้ามองว่าสั่นสะเทือนไปทั้งวงการ ก็มีบางรายที่ถอนประกันไปเลย"
       
ขณะที่กรุงเทพประกันภัย ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI) ที่เลื่อนจากอันดับ 3 มาเป็น อันดับ 2 แทนที่สัมพันธ์ฯ ในตลาดประกันภัยรถยนต์ บอกว่า การดึงลูกค้าให้อยู่กับบริษัทนานๆ ก็ควรจะมีทางเลือก และการให้บริการที่ดี
       
การโฟกัสไปที่ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคาเบี้ยสูง หรือสินค้าใหม่ "2 plus" ลูกค้าจึงคาดหวังจะได้รับบริการจากอู่ที่มีมาตรฐาน ดังนั้น อู่ที่ดีจึงควรจะ ตรงเวลา บริการดี ให้ราคาดี ทำเลและอุปกรณ์ดี มีมาตรฐาน
       
ชัยบอกว่า กรุงเทพประกันภัยจะมีสื่อโฆษณาทางทีวีใน "โครงการอู่ชวนซ่อม" เฟสแรกจะเลือกไว้ 40 อู่ ที่ลูกค้ามองเห็นป้ายก็เลี้ยวรถเข้าไปใช้บริการได้เลย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัท
       
"อู่ที่ดีควรจะซ่อมเช้า เย็นได้ เมื่อซ่อมเสร็จก็ต้องโทรไปบอกลูกค้าด้วย ในช่วงแรก เราก็จะให้คะแนนอู่ โดยการขึ้นป้าย เมื่อลูกค้าเห็นก็จะช่วยได้"
       
โครงการนี้เป็นการร่วมมือกับดูปองค์ เรียกว่า "BKI Quick Repair" โดยจะมีการส่งช่างไปฝึกอบรมกับอู่ ร่วมกับดูปองค์ เพื่อยกระดับให้อู่เทียบชั้นอู่ห้างของศูนย์โชวรูมรถยนต์ของบรรดาดีลเลอร์รถยนต์
       
"จุดนี้จะเป็นการยกระดับการบริการ เพื่อให้ลูกค้าสบายใจได้ว่าจ่ายแพงกว่า แต่ก็ได้บริการที่ดีกว่า"
       
ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า อู่หลายแห่งอาจจะต้องปรับทั้งสถานที่ ห้องรับแขก ห้องน้ำ เพราะผู้หญิงขับรถส่วนใหญ่มักจะบ่นเรื่องห้องน้ำไม่สะอาด ไม่ปลอดภัย การจะไปใช้บริการปั๊มน้ำมันก็คงไม่สะดวก เหมือนสถานีบริการน้ำมันที่มีจุดขายห้องน้ำสะอาด เพราะเป็นความต้องการของสังคม
       
"เราพยายามจะอัพเกรดอู่ ซึ่งอู่ก็จะต้องรับปากเราว่า เมื่อซ่อมเสร็จต้องโทรไปเรียกลูกค้ามารับรถได้ด้วย"
       
นอกจากนั้น ระบบซ่อม ชนิดของสี และสี ก็สำคัญ อู่จึงต้องร่นเวลาซ่อมให้น้อยลง เพราะมีสีแห้งเร็วขึ้น จาก 5-6 วัน ก็ควรจะลดลงมาเหลือ 2-3 วัน
       
"ถ้าลูกค้าต้องการจ่ายเบี้ยสูง บริการดี ก็จะหันมาซ่อมรถกับเรา แต่ถ้าเบี้ยถูก บริการไม่ดี ก็เสียชื่อ โครงการนี้จะทำให้อู่พัฒนาตัวเอง ซึ่งถ้าทำไม่ได้ บริษัทก็จะไปหาอู่ใหม่มาเข้าในโครงการ"
       
ว่ากันว่า กรุงเทพฯ มีการจัดอันดับเกรดอู่หลายระดับ ที่ผ่านมามีการตัดอู่ระดับเกรดเอออกไปจากเครือกรุงเทพประกันภัยหมดแล้ว คงเหลือแต่อู่ระดับเกรด "เอเอ" และ "เอเอเอ" เท่านั้น
       
บางอู่ที่มีพื้นที่จำกัด ก็อาจต้องยอมให้ ถ้าเขามีลูกค้าจำนวนมาก อยู่ใกล้ชุมชน และฝีมือซ่อมรถไม่แพ้ใคร การยกระดับอู่ก็ต้องพยายามเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพด้วย ดังนั้น ถ้าลูกค้ายอมจ่ายเบี้ยแพง ก็เชื่อว่าจะมีคุณภาพ
       
อย่างไรก็ตาม การคลอดสินค้าใหม่ 2 plus ที่เป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่างประกันชั้น 1 และประกัน 3 plus ยอมรับว่าบริษัทต้องมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ประมาณ 3-4 คน เพื่อทำหน้าที่เฝ้าติดตามอู่เป็นประจำ พนักงานที่เพิ่มขึ้นมานี้เอง ที่ถือเป็นต้นทุนที่บวกเข้าไปในเบี้ย "2 plus"
       
สำหรับกรุงเทพประกันภัย ปีนี้มีสินค้าใหม่ 8 ตัว และกำลังจะออกอีกในครึ่งหลัง โดยก่อนหน้านั้นได้เปิดเคานท์เตอร์เซอร์วิสเพื่อให้บริการลูกค้า 3 แห่ง และจะเพิ่มอีก 10 แห่งในปีนี้
       
โครงการ "อู่ชวนซ่อม" จะมีการโฆษณาทางทีวี และสปอตวิทยุ พร้อมกับการขยายงานผ่านตัวแทน โดยคาดว่าครึ่งหลังธุรกิจจะขยายตัว 9.8% จากครึ่งแรกที่เติบโต 10% ในขณะที่ยอดขายรถใหม่ยังคงลดลงเรื่อยๆ สินค้าใหม่ รวมถึงโครงการอู่ชวนซ่อม จึงน่าจะผลักให้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น
       
ผลประกอบการครึ่งปี บริษัทมีเบี้ยรับรวม 4,445.43 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 8,487 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 7,500 ล้านบาท โดยมียอดขายผ่านช่องทางเทเลเซลส์ผ่านแบงแอสชัวรันส์ สาขาธนาคารกรุงเทพ 47.18 ล้านบาท จากเป้าครึ่งแรกที่ตั้งไว้ 29.7 ล้านบาท และเป้าทั้งปี 104 ล้านบาท
       
http://www.manager.co.th/mgrWeekly
ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์ 16 ส.ค. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Co. Ltd.
Tel.      : 0 2939 0923


ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
รายชื่อบริษัทประกันภัยที่ถูกลงโทษ
http://www.doi.go.th/type_doi/insurance_punish100850-fix.pdf

PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Center
Tel.      : 0 2939 0923



ออฟไลน์ jigcho

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
  • Karma: +0/-0
    • WE-GET-ONE ศูนย์รวม โบรกเกอร์ (Broker) ประกันภัยรถยนต์
วินาศภัยลดเป้าอุตลุด หลายบริษัทเดี้ยง! เบี้ยรถถดถอย

ตลาดรถยนต์ตกสะเก็ด ป้ายแดงหดพ่นพิษวินาศภัย หลายค่ายขยับลดเป้าเติบโต หลังเบี้ยรถร่วง ฉุดเบี้ยรวมตกระนาว “นวกิจ” ลดเป้าเหลือเท่าปีก่อน ผลพวงเบี้ยรถใหม่ตกเยอะ ขณะที่ไทยเศรษฐกิจฯ หั่นเป้าลดลงแล้ว 200 ล้านบาท ส่วนกรุงเทพฯ แม้ไม่ลดเป้า แต่ยอมรับต่ำกว่าเดิม แน่หลังครึ่งปีพลาดท่าแล้ว ขณะที่ทิพยฯ ระบุเบี้ยปีนี้หลุดเป้าเช่นกัน เหตุเมกะโปรเจกต์ถูกแช่แข็ง ส่วนวิริยะฯ-สินมั่นคง-มิตรแท้-ศรีอยุธยาฯ มั่นใจทำได้ตามเป้าแน่ จากภาวะการชะลอตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะยอดขายรถใหม่ป้ายแดงที่ตกลงไปมาก อันเป็นผลสืบเนื่องจากเศรษฐกิจซบเซา และสถานการณ์การเมืองที่ยังคงอึมครึม กำลังส่งผลกระทบต่อแวดวงประกันวินาศภัย โดยเฉพาะค่ายประกันภัยที่จับงานประกันรถยนต์เป็นหลัก เพราะเบี้ยเริ่มถดถอยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผลงานครึ่งปีแรกที่เพิ่งปิดหีบไป หลายบริษัทสัญญาณปีนี้พลาดเป้าแน่
นายสุจินต์ หวั่งหลี ประธานกรรมการ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า บริษัทเพิ่งปรับเป้าเบี้ยรับรวมในปีนี้ใหม่เช่นกัน จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 1,680 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตประมาณ 12-13% ลดลงเหลือเท่ากับปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ยรับรวม 1,564 ล้านบาท เป็นผลมาจากตลาดรถยนต์ชะลอตัว ยอดขายรถใหม่ลดลงไปมาก ส่งผลให้เบี้ยรถยนต์ที่มีสัดส่วนมากที่สุดในเบี้ยรวมตกลงไปด้วย โดยในช่วงครึ่งปีแรก เบี้ยรับรวมโตต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้แล้ว โดยมีอัตราเติบโตเพียง 8-9% เท่านั้น แม้เบี้ยรับสุทธิจะมีอัตราเติบโตตามเป้า คือ 13% ก็ตาม เนื่องจากเบี้ยรถยนต์ลดลง โดยมีเบี้ยรับรวมทั้งสิ้น 758.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 7.13% จาก 708.20 ล้านบาท เป็นเบี้ยรถยนต์ 415.72 ล้านบาท
ผลกระทบจากตลาดรถยนต์ชะลอตัว โดยเฉพาะยอดขายรถป้ายแดงตก ทำให้บริษัทประกันบางแห่งชิงปรับเป้าปีนี้ลดลงเช่นกัน อย่างกรณีบริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับลดเป้าเบี้ยรับในปีนี้จาก 1,450 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตประมาณ 16% ลดลงเหลือเท่ากับปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ยรับทั้งสิ้น 1,244 ล้านบาท หายไปกว่า 200 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องจากการแข่งขันในตลาดรุนแรงมาก โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ ทั้งการ ตัดราคาเบี้ยและอัดฉีดค่าคอมมิสชั่นหนัก ทั้งนี้ เบี้ยรถยนต์ลดลงไปร่วม 30% ส่งผลให้เบี้ยรวมลดลงไปด้วย เนื่องจากเบี้ยรถยนต์มีสัดส่วนถึง 80% ในเบี้ยรวมทั้งหมดของบริษัท ครึ่งปีแรก ไทยเศรษฐกิจประกันภัยมีเบี้ยรับรวม 511.77 ล้านบาท ขยายตัวลดลง 29.87%
ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) แม้จะไม่ลดเป้าการเติบโตในปีนี้ แต่ยอมรับว่า ผลงานตลอดทั้งปีคงไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หลังครึ่งปีแรกพลาดเป้าหมายไปแล้ว โดย นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรก ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายเติบโตที่วางไว้ 13% โดยมีเบี้ยรวมเพียง 4,008.13 ล้านบาท เติบโตเพียง 4.88% จากปีก่อน สาเหตุหลักเป็นเพราะการเติบโตของการประกันภัยรถยนต์ที่ยอดขายรถใหม่ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ลดลงถึง 13% ส่งผลให้รถป้ายแดงซึ่งเป็นพอร์ตการรับประกันหลักของบริษัทลดลงไปด้วย
อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ 13% ซึ่งเมื่อรวมทั้งปี น่าจะเติบโตได้ 8.5% เมื่อเทียบกับปี 2549 ที่ผ่านมา ที่เติบโตได้ 13% เช่นเดียวกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย นายจารึก กังวานพณิชย์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า เบี้ยรับในปีนี้คงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่คงลดลงไม่มาก สาเหตุหลักเนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) ที่คาดว่าจะเกิดในปีนี้ไม่เกิดและถูกเลื่อนออกไปไม่กำหนด ทำให้เบี้ยก้อนใหญ่ที่จะได้จากการประกันภัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ โดยเฉพาะประกันภัยเบ็ดเตล็ดหายไปด้วย แม้จะหันไปขยายฐานลูกค้ารายย่อย เพื่อหาเบี้ยมาชดเชย แต่เบี้ยต่างกันมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งลดเป้าเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดจาก 5,400 ล้านบาท เหลือ 5,300 ล้านบาท โดยในปี 2549 บริษัทมีเบี้ยรับ 8,802.36 ล้านบาท
ขณะที่ฝั่งหนึ่งลดเป้าเติบโตลง ยังมีบริษัทอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่การขยับปรับเป้าและยังมั่นใจผลงานในปีนี้จะได้ตามเป้า โดย นายบุญเลิศ กุศลเพิ่มพูน ผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า บริษัทไม่เคยตั้งเป้าเติบโตในแต่ละปีอยู่แล้ว เป้าหมายหลักคือต้องทำผลงานให้ดีที่สุด ซึ่งปกติอัตราเติบโตในแต่ละปีกว่า 10% มาตลอด ผลงานครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสูสีกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เบี้ยรวมเฉพาะรถยนต์อยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของเป้าหมายในปีนี้ที่ตั้งไว้ 14,500 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา เชื่อว่าตลอดทั้งปีน่าจะได้ตามนี้ และมั่นใจน่าจะโตไม่ต่ำกว่า 10%
ส่วนกรณีตลาดรถยนต์ชะลอตัว โดยเฉพาะยอดขายรถใหม่ตกลงไม่มีผลกระทบต่อบริษัทมาก ซึ่งที่ผ่านมาวิริยะฯ ไม่ได้รับความเสียหายมากเหมือนบริษัทอื่น สาเหตุหลักน่าจะมาจากแบรนด์วิริยะฯ แข็งแกร่ง ลูกค้าเชื่อถือ รวมถึงการให้ความเป็นธรรมในการจ่ายสินไหม ทั้งกับลูกค้าและอู่ โดยสิ่งที่เน้นมากคือ ห้ามพิจารณาสินไหมผิดเด็ดขาด เพราะถ้าผิดบริษัทเสียชื่อทันที รุนแรงกว่าการพิจารณาสินไหมพลาดเพราะการพลาดเสียแค่เงิน
“อีกส่วนหนึ่งได้งานจากไฟแนนซ์เพิ่ม โดยเฉพาะไฟแนนซ์ใหม่ๆ หลายแห่งที่เคยส่งงานให้กับบริษัทอื่นแล้วลูกค้าเจอปัญหา เอางานมาส่งให้กับเราแทน มีพอสมควร ขณะที่ไฟแนนซ์เดิมที่ยังส่งงานให้เราอยู่ก็ยังมีเข้ามาสม่ำเสมอเหมือนเดิม”
นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า บริษัทยังไม่ได้มีการปรับเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยรับรวม โดยผลงานครึ่งปีแรกมีเบี้ยรวม 2,086.50 ล้านบาท เติบโตถึง 18.15% ในจำนวนนี้เป็นเบี้ยรถยนต์ถึง 1,661.52 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 79% เป็นอัตราเติบโตที่สูงมาก เนื่องจากหลายปัจจัยทั้งแบบประกันรถยนต์ 3 คุ้ม หรือประเภท 3+1 หรือมีเบี้ยเข้ามามากเกือบ 100 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโฆษณาอย่างหนักใน 1-2 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้ารู้จักและจดจำแบรนด์ได้มากขึ้นกว่าเดิม
“ถามว่า เราไม่ได้รับผลกระทบจากยอดขายรถใหม่ตกลง ก็ได้รับผลกระทบ แต่ไม่มาก เพราะเราไม่รุกหนักตลาดนี้รุนแรงมาก อีกส่วน หนึ่งขยายงานไฟแนนซ์เพิ่มขึ้นบ้าง หลังจากก่อนหน้านี้ลดลงไปเยอะ เพื่อปรับสัดส่วนให้บาลานซ์กับช่องทางอื่น โดยงานผ่านไฟแนนซ์ยังสัดส่วนประมาณ 40% ขณะที่งานผ่านตัวแทนเพิ่มขึ้นเพราะจำนวนตัวแทนมีมากขึ้น และลูกค้าจากบริษัทที่กำลังมีปัญหาหันมาทำกับเราส่วนหนึ่ง โดยเชื่อว่าถึงสิ้นปีอัตราเติบโตน่าจะเป็นตามเป้า 10%”
นายสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโตเพิ่มขึ้น 9% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติตามแผนที่วางไว้ ส่วนในช่วงเวลาที่เหลือ ตอนแรกมองว่าน่าจะปรับลง แต่เมื่อประเมินแล้วน่าจะทำได้ตามเป้าหมาย เบี้ย 1,700 ล้านบาท คงไม่ต้องปรับแล้ว เนื่องจากปีนี้วางเป้าหมายไว้ตามสภาวะตลาดจริง ไม่ได้วางเป้าไว้สูงเหมือนปีก่อนๆ จึงคาดว่า ถึงสิ้นปีน่าจะเป็นไปตามเป้าแน่ ส่วนภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัย แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจจะไม่ดีนัก แต่ในบางเซ็กเตอร์ก็ยังไปได้ดี เช่น ประกันภัย เพราะนับวันจะยิ่งทวีความสำคัญขึ้น กลายเป็นปัจจัยที่ 5-6 ในชีวิตประจำวันของคนไปแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าธุรกิจประกันวินาศภัยปีนี้ยังไปได้ดี น่าจะเติบโตได้ประมาณ 9-11%
นายอดิศร ตันติอนันท์กุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า จากผลงาน ในช่วงครึ่งปีแรกถือว่าเป็นไปตามแผน ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เหลือก็น่าจะเดินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีได้ ยังไม่น่าจะปรับเป้าแต่อย่างใด ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้เพียง 5% ด้วยเบี้ยรวมเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา คือ 1,615 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 798 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 808 ล้านบาท แต่ก็เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา สามารถทำได้ตามเป้าแน่นอน
 http://www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 821 22-24 ส.ค. 2550
PROMOTION
*** กรอกประวัติรถยนต์ที่เวปไซด์
http://www.vgetone.com/registtomail222.html
รถเก๋ง : ทำประกันประเภท 1 แถมฟรีพรบ.หรือ เลือกรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.
ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
รถกระบะ : รับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ช.ม.ทั่วประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้ง จาก CWC มูลค่า 1,500 บาท ฟรี ***
หรือโทร.
คุณวินทัต ตันยะกุล
Smart Express Center
Tel.      : 0 2939 0923