ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้ครบเครื่องเรื่องรถยนต์ ตอนที่ 3  (อ่าน 1066 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ 3344

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 213
  • Karma: +0/-0
กระจกส่องหลัง เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณขับขี่บนท้องถนนได้
อย่างปลอดภัย วันนี้เราจึงหยิบยกเรื่องคุณสมบัติของกระจกส่องหลังมาพูดถึงกัน
เพื่อให้คุณได้เลือกสรรกระจกส่องหลังที่มีคุณภาพมาใช้กับรถยนต์ของคุณ เพื่อความ
ปลอดภัยสูงสุด ความสำคัญแรกที่ควรคำนึงถึงคือ ขนาดของกระจกส่องหลัง"
ที่ควรมีความกว้างและยาวเพียงพอที่จะเห็นกระจกบังลมหลังได้เต็มทั้งบาน เพื่อให้
คุณสามารถมองเห็นวิสัยทัศน์ของภายนอกช่วงท้ายรถได้อย่างเต็มที่ ประการต่อมา
ที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ "ประสิทธิภาพในการสะท้อนภาพ" ที่ควรให้ภาพจริง
ด้วยระยะจริง ดังนั้น การติดตั้งกระจกส่องหลังที่มีความยาวมากๆ และทำเป็น
กระจกโค้ง ภาพที่อยู่บริเวณปลายทั้งสองของกระจกจะเพี้ยนไปจากภาพจริงและ
ระยะจริง ทำให้การประมาณระยะของผู้ขับขี่ผิดพลาดได้ แต่สำหรับกระจกมองข้าง
ส่วนมากจะทำเป็นกระจกโค้งเล็กน้อย เพื่อให้เก็บภาพด้านข้างด้วยมุมที่กว้างมากขึ้น
แต่ต้องให้ระยะ ที่ไม่ต่างไปจากระยะจริงมาก เพื่อไม่ให้การคำนวณระยะผิดพลาด
ในขณะเปลี่ยนช่องทางเพื่อแซง ก่อนเลือกกระจกส่องหลังควรคำนึงถึงคุณสมบัติ
เหล่านี้สักนิด เพื่อความปลอดภัยสำหรับตัวคุณเอง



เมื่อย่างเข้าสู่หน้าฝน นอกจากจะต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองไม่ให้เป็นหวัดแล้ว
สุขภาพรถยนต์ก็สำคัญ เพราะอย่างที่รู้กันว่า เมืองไทยฝนตกทีไร มีอันต้องน้ำท่วม
เกือบทุกครั้ง ฉะนั้นเมื่อรู้แล้ว เราก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขณะขับรถลุยน้ำ
ลุยฝน ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ เริ่มต้นด้วยการพยายามเติมน้ำมันให้เต็มถังเข้าไว้ จะได้
มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการลุยน้ำที่ส่วนใหญ่การจราจรจะติดขัด ทำให้เปลืองเวลา
และเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ โอกาสที่น้ำมันหมดกลางทางอาจเกิดได้มากขึ้น
ประการต่อมา ขอพูดถึงสาเหตุส่วนใหญ่ที่เครื่องยนต์ดับ เป็นเพราะน้ำหรือความชื้น
ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรลงดิน ทำให้ไม่มีไฟฟ้าเหลือพอสำหรับการจุดระเบิดเราจึงต้อง
ป้องกันล่วงหน้าด้วยการตรวจสอบระบบไฟจุดระเบิด เริ่มตั้งแต่คอยล์จุดระเบิด
ถ้าพบว่าตำแหน่งอยู่ต่ำหรืออยู่ในบริเวณที่มีน้ำสาดจากใต้ท้องรถมาโดนได้ง่าย
ควรหาที่ติดตั้งเสียใหม่ให้ปลอดภัยจากน้ำยิ่งขึ้น พวกยางหุ้มสายคอยล์ ส่วนติดกับ
คอยล์และจานจ่าย หรือปลั๊กหัวเทียน ถ้าใช้งานมานานจนแข็งกระด้าง ก็ควร
เปลี่ยนใหม่ซะ ประการสุดท้าย อาจใช้พวก "สเปรย์กันความชื้น" หรือพวก
สเปรย์สารพัดประโยชน์ ฉีดแถวข้อต่อและขั้วเสียบคอยล์กับหัวเทียน ชุดจานจ่าย
หรือจะให้ดีก็ถอดฝาจานจ่ายออกมาฉีดเพื่อป้องกันความชื้นไว้ก่อน ส่วนพวก
เครื่องหัวฉีดควรใช้สเปรย์ฉีด บริเวณปลั๊กหรือขั้วต่อสายไฟต่างๆ เพิ่มอีก เพื่อ
ป้องกันความชื้นทำความเสียหายให้เครื่องยนต์ของรถคุณ




ความสะอาดภายในห้องโดยสาร เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คุณควรดูดฝุ่น
เป็นประจำทุกสัปดาห์ และนำพรมปูพื้นหรือยางรองพื้นออกมาเคาะฝุ่นและผึ่งแดด
เปิดประตูทุกบานและจอดตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อไล่กลิ่นอับและความชื้น
ควรทำความสะอาดช่องแอร์บนแผงหน้าปัดเป็นประจำ เพราะหากมีฝุ่นติดอยู่ จะถูกเป่า
ออกมาพร้อมลมแอร์ และฟุ้งกระจายอยู่ในห้องโดยสาร การทำความสะอาดเบาะนั่ง
และแผงประตู ควรใช้น้ำยาเฉพาะ หนังแท้ หนังเทียม ผ้า หรือกำมะหยี่ ส่วนการใช้
น้ำยาเคลือบเงากับเบาะนั่ง พวงมาลัย และหัวเกียร์ ควรระวังเรื่องความลื่นด้วย
เพียงเท่านี้รถยนต์ของคุณก็จะไร้กลิ่นอับ น่าขับไปอีกนาน



ในขณะที่ฝากระโปรงท้ายรถถูกเปิดอากาศจำนวนหนึ่งจะถูกอัดเข้าไปในห้องเก็บของ
ท้ายรถ บ่อยครั้งที่เวลาปิดฝากระโปรงท้ายรถทำให้มีความรู้สึกว่าจะต้องออกแรง
มากกว่าปกติ การออกแรงปิดฝากระโปรงท้ายรถอย่างรุนแรง อาจก่อให้เกิดความ
เสียหายกับชุดกุญแจล็อกท้ายรถ และอาจทำให้กรวยลำโพงวิทยุได้รับความเสียหาย
ได้ เพราะลำโพงวิทยุมักจะถูกติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังเบาะ

การปิดฝากระโปรงท้ายอย่างถูกวิธี คือ โน้มฝากระโปรงท้ายรถลงมาเบาๆ
อย่างช้าๆ เมื่อปลายฝากระโปรงห่างจากกันชนประมาณ 20 เซนติเมตร แล้วค่อยใช้
มือกดตรงกึ่งกลางของฝากระโปรงท้ายรถให้ลงล็อก ซึ่งจะทำให้ฝากระโปรงท้าย
รถปิดสนิทโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ




น้ำยาล้างกระจก เป็นสิ่งหนึ่ง ที่อาจจะถูกมองข้ามความสำคัญไป เพราะน้ำประปา
ก็น่าจะทำหน้าที่ได้เพียงพอแล้ว อย่างเช่นหน้าฝนที่มีละอองน้ำโคลนจากล้อรถคันหน้า
มาเกาะจนต้องฉีดน้ำกันบ่อยๆ แต่สำหรับฤดูอื่นหรือ ผู้ที่ต้องเดินทางไกล น้ำยาล้าง
กระจกเป็นสิ่งจำเป็น เพราะน้ำเปล่าไม่สามารถละลายไขมันจากซากแมลง เศษยาง
มะตอย หรือเขม่าผสมน้ำมันเครื่องจากรถคันอื่น ที่มาเกาะติดกระจกหน้ารถได้หมด
น้ำยาล้างกระจกที่ดี จะมีสารละลายชะล้างสิ่งเหล่านี้ออกได้โดยง่าย น้ำยาที่มีขาย
ตามห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ ทำหน้าที่เป็นน้ำยากันน้ำแข็งสำหรับรถในเมืองหนาว
ด้วย เมื่อมาใช้ในบ้านเรา จึงไม่จำเป็นต้องผสมตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ สามารถเพิ่ม
ปริมาณน้ำได้ แต่ถ้าเจือจางเกินไป ความสามารถในการละลายชะล้างอาจน้อยเกินไป
เช่นกัน


ความร้อน ฝุ่น และความชื้น ทำให้สีของตัวถังรถยนต์หม่นหมองเร็วกว่าปกติ การขัดเคลือบสี จึงเสมือนเป็นเกราะที่ช่วยให้สีคงความเงางามได้นานขึ้น ซึ่ง
การขัดเคลือบสีนี้สามารถทำได้เอง ประมาณ 2-3 ครั้งต่อเดือน การซื้อน้ำยาขัดเคลือบ
ควรทดสอบคุณภาพก่อน โดยเทน้ำยาเคลือบลงในช้อนโลหะ แล้วลนด้วยไฟที่ด้านล่าง
ของช้อน หลังจากน้ำยาแห้งแล้ว รอให้ช้อนเย็นจึงใช้ผ้าปาดออก ถ้าน้ำยาหลุดออกหมด
แสดงว่าคุณภาพไม่ดี น้ำยาเคลือบสีที่ดี ควรมีคราบเกาะติดที่ช้อนบ้าง ผู้ใช้ควรอ่าน
คุณสมบัติของน้ำยาและขั้นตอนการเคลือบสี อย่างละเอียด และควรระมัดระวัง
เป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นแทนที่สีจะเงางาม รถยนต์ของคุณอาจเกิดริ้วรอยได้

 


การล้างรถยนต์เป็นประจำ ช่วยให้คราบสกปรกไม่เกาะแน่น ทำให้สีของรถยนต์
เงางาม โดยเฉลี่ยแล้ว ควรล้างรถยนต์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น
ก่อนล้างรถ เพราะการปัดฝุ่นจะทำให้ฝุ่นหรือทรายที่ติดอยู่บนรถขูดสีและทำให้เป็น
รอย

เริ่มต้นล้างรถด้วยการฉีดน้ำเปล่า เพื่อชะล้างฝุ่นและกรวดทรายออกจากตัวถัง
และผิวสีให้มากที่สุด น้ำยิ่งแรงยิ่งดี เริ่มจากด้านบนลงมาด้านข้างและด้านล่าง
จากนั้นจึงลงแชมพูล้างรถยนต์ โดยเริ่มจากหลังคา กระจกรอบด้าน ตัวถังด้านข้าง
และล้อ-ยาง จากนั้นฉีดน้ำเปล่า ล้างฟองแชมพูออกให้หมดและทิ้งไว้สักครู่ ก่อนจะ
เช็ดแห้งด้วยผ้าสะอาด ควรสลัดผ้าก่อน เพื่อให้ฝุ่นผงที่ติดอยู่บนผ้าหลุดออก และ
เริ่มเช็ดจากกระจกก่อน แล้วนำผ้าผืนนั้นมาบิดหมาด เพื่อเช็ดตัวถัง ไม่ควรใช้ผ้าที่
แห้งสนิทเช็ดตัวถัง เพราะความแข็งของผ้าอาจทำให้สีของตัวถังเป็นรอยได้
การเช็ดตัวถังควรเริ่มจากหลังคาแล้วจึงไล่ลงมาด้านข้าง เช่น ประตูหรือขอบฝา
กระโปรงหน้า-หลัง ไม่ควรปล่อยให้แห้งเอง เพราะสีจะขาดความเงางามจาก
คราบน้ำ
 
 

หลายคนเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงแบบทึบ เพราะคิดว่าจะช่วยให้เกิดความเย็นภายใน
ห้องโดยสาร แต่การติดฟิล์มกรองแสงเสียมืดทึบนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความเย็นเพียง
อย่างเดียว แต่ยังส่งผลให้การมองกระจกส่องหลัง กระจกมองข้าง ในเวลากลางคืน
หรือในวันที่ทัศนวิสัยไม่ดี ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

หากคุณไม่ได้ใช้รถยนต์ในช่วงระหว่างวัน (9.00 – 15.00 น.) บ่อยๆ ควรเลือกใช้
ฟิล์มกรองแสงที่ยอมให้แสงผ่านได้มาก แต่ป้องกันหรือสะท้อนความร้อนได้ดี ซึ่ง
อาจจะมีราคาสูงสักหน่อย แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าลงทุน และหากจำเป็นต้องขับรถใน
ช่วงเวลาที่แสงแดดสามารถส่องเข้าในรถได้ ควรเลือกใช้ม่าน หรืออุปกรณ์บังแดด
อื่นๆ แทนการติดฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบสูงจะดีกว่า




หากคุณจำเป็นต้องจอดรถยนต์ทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้เป็นเวลานานนับเดือน เรามีคำแนะนำ
เล็กๆ น้อยๆ มาฝากดังนี้

ควรให้คนในบ้าน หมั่นสตาร์ทเครื่องยนต์สัปดาห์ละครั้ง โดยในแต่ละครั้งนั้นให้
สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที โดยติดเครื่องยนต์เดินเบา 5 นาที
หลังจากนั้น เร่งเครื่องยนต์ให้รอบเครื่องยนต์ทำงานประมาณ 1,500-2,000 รอบ
ต่อนาทีอีก อย่างน้อยประมาณ 5 นาที หรือขยับรถยนต์เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิม
ประมาณครึ่งเมตร เพื่อให้น้ำหนักของรถยนต์ที่กดลงบนยางเปลี่ยนตำแหน่งบ้าง
โครงสร้างของยางในจุดที่ต้องรับน้ำหนักเพียงจุดเดียวจะได้ไม่เสียหาย และ
สิ่งสำคัญที่สุดในการจอดรถคือ สถานที่จอดรถ ควรจอดรถในที่ซึ่งไม่มีแสงแดดส่อง
เข้ามาถึง หรือหากหลีกเลี่ยงแสงแดดไม่ได้ ควรหาผ้าที่มีขนาดพอดีกับตัวรถมาคลุม
รถไว้ ควรทำความสะอาดรถยนต์ก่อนทำการจอดเก็บ และหาที่จอดรถที่ปลอดภัย
มากที่สุด เพื่อป้องกันการสูญหาย