ถึงแม้ว่าตามความเป็นจริงของธรรมชาติ ระบบกันขโมยต่างๆ ในโลกนี้แม้จะไฮเทคเพียงใดก็ไม่มีทางจะปลอดภัยสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้าจะว่ากันแล้วตั้งแต่ในยุคอดีตเลยก็ว่าได้ เราได้เห็นกันขโมยที่ทำกันขึ้นมาเอง เรียกได้ว่าภูมิปัญญาชาวบ้านเหมือนที่เคยเห็นรถจักรยานและจักรยานยนต์ นอกจากจะมีล็อกคอแล้วเพื่อความปลอดภัยยังมีการจับรถจักรยานล่ามโซ่ไว้กับเสาบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่ามิจฉาชีพทั้งหลายยกขึ้นท้ายรถกระบะพาไปแยกร่าง ต่อมาผู้ที่ขับรถยนต์จึงนำเอาไปเป็นเยี่ยงอย่าง ผมเคยเห็นคนเอาโซ่มาล่ามที่ล้อรถแล้ก็ล็อคไว้ที่เสาก็ดูเข้าท่าดี แต่ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบง่ายๆ พวกหัวขโมยมันก็ทำทุกทางเพื่ออาชีพในการขโมยรถ เคยไปเห็น ดูแล้วรู้ว่าตัวโซ่นั้นโดนตัดขาดอย่างง่ายด้วยคีมขนาดใหญ่ เพียงไม่ถึงนาทีรถคุณก็หายได้ ดังนั้นจึงมีผู้คิดค้นกันขโมยแบบต่างๆ
เริ่มจากเป็นตัวล็อกเกียร์ที่รถเกือบทุกคันมีกันทั้งนั้น ซึ่งกันขโมยแบบล็อกเกียร์นี้มีให้ใช้ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ถ้าได้ว่าไม่ค่อยน่าใช้เท่าไหร่ กันขโมยรูปแบบนี้เป็นเพียงแค่ตัวถ่วงเวลามให้หัวขโมยทั้งหลายใช้เวลาในการขโมยรถนานขึ้น การติดตั้งต้องมุดเข้าไปใต้ท้องรถ เพื่อเจาะรูร้อยน๊อตขาชุดล็อคเกียร์ให้ติดกับรถบริเวณอุโมงค์เกียร์ ซึ่งน็อตนี้จะเป็นแบบพิเศษ เมื่อขันจนแน่นเต็มที่แล้วหัวน็อตจะขาดเพื่อป้องกันไม่ให้หัวขโมยทั้งหลายไขออกได้ ซึ่งในระยะแรกหลายคนคิดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ปกป้องรถจากหัวขโมยได้ดีนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วการป้องกันเพียงแค่ล็อกเกียร์นั้นอาจจะน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับราคารถ ซึ่งเป็นจริงตามนั้นเพราะเมื่อได้สอบถามกับผู้ที่ต้องสูญเสียรถไปโดยการโจรกรรมจากเหล่าหัวขโมยเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ได้มีการติดตั้งล็อคเกียร์เพียงอย่างเดียว จากการสอบถามผู้ที่มีความรู้ทางด้านอุปกรณ์กันขโมยได้เล่าให้เราฟังว่า "อุปกรณ์ป้องกันการขโมยนี้มีมากมายหลากหลายยี่ห้อ ส่วนความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์แต่ละยี่ห้อนั้นทำออกมามาตรฐานไม่เท่ากัน บางยี่ห้อหน้าตาดูดีแต่ประสิทธิภาพในการป้องกันแย่มาก ไม่ต้องออกแรงนั่งเลื่อยขาของตัวล็อกเกียร์ให้ขาด เพียงแค่ใช้ฆ้อนตีไม่กี่ทีตัวล็อกก็ดีดออก ส่วนบางตัวหน้าตาดูไม่ได้เรื่องแต่ใช้งานดี ทนทานต่อการโดนทุบ เรียกว่าต้องออกแรงมากหน่อย
ปัจจุบันพวกอุปกรณ์กันขโมยแทนจะทุกแบบทุกยี่ห้อต่างก็ให้ความมั่นใจกับผู้บริโภคด้วยกรมธรรม์ประกันภัย หากเกิดการโจรกรรมจะมีการเพิ่มเงินที่แจ้งไว้ในกรมธรรม์แม้จะไม่มากไม่มาย แต่ก็ยังมีเงินทดแทนกลับมาบ้าง กันขโมยอีกแบบกลไกยังไม่มีการพึ่งพาระบบอิเล็คทรอนิคส์ใดๆ มีให้เลือกมากมายหลายแบบ เราจะขอเริ่มที่ตัวล็อกเบรคนั้นทั้งแข็งทั้งเหนียว เลื่อยเข้าไปเพราะผ่านการชุบมาอย่างหนา ใช้งานก็แสนง่าย เพียงแค่เกี่ยวขอด้านหนึ่งไว้กับตัวแป้นเบรค ส่วนขออีกด้านเกี่ยวไว้กับพวงมาลัยแล้วจัดการล็อคให้แน่นเพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย กันขโมยแบบนี้ก็เป็นเพียงการถ่วงเวลาหัวขโมยให้เอารถไปได้ช้าลงต้องออกแรงกันนิดหน่อย จุดด้อยคือ การล็อคพวงมาลัยไปด้วย โดยไม่มีคนคำนึงกันว่าถ้าเป็นพวงมาลัยแบบปรับระดับได้แล้วมันเป็นจุดอ่อนของกันขโมยเต็มๆ เพราะถ้าผู้ขับขี่รถปรับระดับพวงมาลัยให้ยกขึ้นเพื่อให้ได้ระดับที่ดีในการขับรถ แต่เมื่อคุณต้องการใช้กันขโมยเพียแค่เกี่ยวด้านหนึ่งไว้กับเบรคอีกด้านเกี่ยวกับพวงมาลัยแล้วล็อคคือจุดบอดขนาดใหญ่ เพราะเมื่อพวงมาลัยสามารถปรับขยับลงมาได้ก็หมายความว่ามันจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างตัวล็อคกันขโมยกับพวงมาลัย ทำให้สามารถดึงออกมาง่ายๆ แต่ถ้าพวงมาลัยมีการปรับลงมาจนสุดแล้วเจ้าพวกหัวขโมยทั้งหลายก็ต้องออกแรงกันหน่อย ส่วนมากมันจึงเลือกตัดพวงมาลัยมากกว่าจะตัดตัวล็อคเบรคที่ลื่อยยากมากกว่ากันเยอะ ปัจจุบันจะเป็นมีตัวล็อคคลัทช์ล็อคเบรคอีกแบบ ที่จะเป็นขาดึงขึ้นมาเพื่อล็อคเบรคกับคลัทช์ไม่ให้สามารถเหยียบลงไปได้ ซึ่งการติดตั้งจึงยึดไว้กับแกนพวงมาลัยเท่านั้น น๊อตที่ยึดเจ้าตัวกันขโมยชนิดนี้เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในการยึดตัวล็อคเกียร์ ถ้าต้องการเอากันขโมยออกคงต้องพกอุปกรณ์จำพวกใบตัดเหล็กมาด้วย แต่ถ้าคิดจะเลื่อยก็ต้องเสียใจด้วยเพราะเนื้อที่ในการเลื่อยไม่มีเลย ทางเดียวคือ ต้องสะเดาะกุญแจซึ่งเป็นเรื่อง "ขำๆ" ของโจรห้าร้อยอยู่แล้ว ถึงแม้จะยากเย็นแต่ก็ไม่พ้นความสามารถของมันไปได้
สำหรับกันขโมยที่ไม่มีระบบอิเล็คทรอนิคส์มายุ่บแบบสุดท้ายที่เราเห็นและนิยาใช้กันอยู่คือ กันขโมยแบบล็อคอยู่ที่วงพวงมาลัย ซึ่งมีทั้งแบบล็อคสอดเข้าไปในวงพวงมาลัย หรือล็อคจับที่พวงมาลัยกันขโมยแบบนี้มีแขนยาว ทำให้เมื่อหมุนพวงมาลัยแล้วตัวแขนจะไปชนกับแผงประตูหรือกระจกหน้า ซึ่งเมื่อหัวขโมยใช้อุปกรณ์ในการสะเดาะกุญแจ ถึงแม้ไขไม่ออกก็หาวิธีอื่นเช่น ใช้เลื่อยตัวพวงมาลัยไปเลย กันขโมยแบบไหนก็ไม่มีทางปลอดภัย 100 %
นี่เป็นเกร็ดเล็กน้อยที่บางอย่างก็ได้ประสบมาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะมีระบบป้องกันการโจรกรรมรถยนต์จะก้าวหน้าและไฮเทคเพียงใด เหล่ามิจฉาชีพก็พัทฯาตามมาแบบติดๆ ไม่ว่าคุณจะใช้กันขโมยที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็คทอรนิคส์หรือเป็นกลไกแบบเก่า ยังไงก็เป็นเพียงแค่ตัวช่วยในการถ่วงเวลาให้เล่าบรรดามิจฉาชีพทำงานได้ลำบากขึ้น แต่แน่นอนว่าไม่มีย่อมดีกว่าไม่ได้ป้องกันอะไรเลย พูดได้ว่าติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขโมยมากเท่าไหร่ยิ่งดี รถแต่ละคันราคาก็ไม่ใช่น้อยจะปล่อยให้เอาไปง่ายๆ ก็กระไรอยู่ ที่สำคัญเวลาจอดรถที่ไหนควรดูด้วยว่าสถานที่จอดรถนั้นน่าไว้ใจหรือไม่ถ้าดูทำเลแล้วไม่ค่อยน่าไว้ใจก็ไม่ควรจอด และพยายามอย่าจอดในที่เปลี่ยวหรือลับตาคน เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ หนทางที่ช่วยให้รถเราปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย