ซ่อมสีไม่เหมือน/สาดสีคืออะไร
ถาม การซ่อมหรือทำสีรถยนต์ ผมสงสัยครับว่า เมื่อซ่อมสีรถยนต์ออกมาแล้วจะมีโอกาสสีเพี้ยนมากแค่ไหน ตอนรับรถยนต์ออกจากอู่ ต้องดูอะไรบ้าง
เพราะเดี๋ยวนี้ก็เห็นว่ามีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยผสมและช่วยเทียบสีดังนั้นก็น่าจะไม่เพี้ยนแบบใช้คนผสมกับสายตาเทียบใช่ไหมครับ แล้วทำไมผมยังเห็นรถยนต์ที่ซ่อมสีออกมาแล้วสีเพี้ยนแบบชัดเจน ไม่ต้องเล็งมากก็ยังทราบได้เลยว่าชิ้นใดเคยผ่านการซ่อมสีมาแล้ว
อีกเรื่องที่จะถามคือคำว่า สาดสี หมายถึงอะไร และมีขั้นตอนอย่างไรครับ
วีระเดช / รังสิต
ตอบ แยกตอบเป็น 2 เรื่องนะครับ คือ ซ่อมสี กับ สาดสี
การซ่อมสีรถยนต์หลังเกิดความเสียหายของสี จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น เกิดอุบัติเหตุ ถูกแกล้ง หรือสีหมดสภาพเอง หมายถึงการทำสีเฉพาะส่วน ไม่ได้ทำทั้งคัน ซึ่ง การทำเฉพาะส่วนก็ไม่ใช่แก้ไขแค่ส่วนที่เสียหาย เช่น เป็นแผลคืบเดียวก็ซ่อมแค่นั้น แต่มักซ่อมสีทั้งบานหรือเป็นวงกว้างกว่าแผลที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกันง่ายขึ้น โดยส่วนใหญ่มักจะทำทั้งชิ้นเลย เช่น ฝากระโปรง ประตูทั้งบาน หรือบังโคลนทั้งชิ้น
การซ่อมสี แม้จะทำใหม่ทั้งชิ้นหรือเป็นวงกว้าง แต่ในชิ้นอื่นหรือพื้นที่ติดกันก็ยังเป็นสีเก่า ปัญหาอยู่ที่จะเกิดความกลมกลืนกันมากเพียงไร หรือจะเพี้ยนจนน่าเกลียดหรือไม่ อู่สีทุกอู่ทราบปัญหานี้ดี และพยายามที่จะซ่อมสีให้ออกมามีความใกล้เคียงกับสีเดิมในส่วนอื่นมากที่สุด และเจ้าของรถยนต์เองก็มักจะจ้องจับผิดว่า สีใหม่ที่ซ่อมเสร็จแล้วจะเพี้ยนกับสีเดิมหรือไม่
ในความเป็นจริงแล้ว การเพี้ยนของสีเกิดขึ้นได้จากหลายขั้นตอน ตั้งแต่การผสมสี การเทียบสี การพ่น รวมถึงยี่ห้อของสีและแลคเกอร์ด้วย
การผสมและการเทียบสี ปัจจุบันนี้หลายร้านมีคอมพิวเตอร์ช่วย โอกาสที่จะเพี้ยนจึงลดลงไปมาก แต่ก็ไม่มีทางที่จะเหมือนกันเป๊ะ และก็น่าแปลกที่พบกันบ่อยๆว่า ช่างผสมสีมือเซียนหลายคนใช้มือกับสายตาเท่านั้น กลับผสมสีอออกมาได้ใกล้เคียงกว่าคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
ส่วนในขั้นตอนการพ่นสี ก็ต้องใช้ความชำนาญ ทั้งการผสมให้ข้นใสเพียงไร การไล่ แนวพ่น การพ่นเรียงเม็ดสี และการเคลือบแลคเกอร์ ล้วนมีผลทั้งนั้น
จากรายละเอียดข้างต้นจะพบว่า โอกาสที่สีจะเพี้ยนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน ดังนั้นจึงขอสรุปว่า ไม่มีทางที่ซ่อมสีออกมาแล้วจะเหมือนกับสีเดิมบริเวณใกล้เคียงเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ทำใจไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า ยังไงสีก็ต้องเพี้ยน เพียงแต่จะเพี้ยนแบบมองเห็นชัดเจนตั้งแต่ไกล หรือมองใกล้ก็ไม่เห็น ต้องเข้าไปจ้องในระยะฟุตเดียวถึงจะจับผิดได้ ก็แล้วแต่ฝีมือของช่างในแต่ละขั้นตอนนั่นเอง
การจับผิดว่าสีเพี้ยนหรือไม่ ทำได้โดยดูในหลายๆ มุม ทั้งตรง เอียงซ้าย-ขวา สูง-ต่ำ ในหลายระยะทั้งใกล้และไกล เปรียบเทียบกับสีเดิมบริเวณใกล้เคียง และถ้าเป็นไปได้ให้ดูในพื้นที่ซึ่งมีแสงสว่างปานกลางและสว่างมาก ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ท้ายสุดก็ต้องทำใจครับว่า ยังไงก็ต้องเพี้ยนไม่มากก็น้อย
อีกคำถามกับคำว่า สาดสี นั่นคือการพ่นสีทับสีเดิม โดยไม่มีการลอกสีเดิมออก ส่วนใหญ่ใช้เรียกในกรณีของการทำสีทั้งคันหรือเกือบทั้งคัน ไม่ใช่ซ่อมสีแค่ชิ้นสองชิ้น โดยใช้วิธีขัดกระดาษทรายกับน้ำเพื่อให้ผิวสีลดความมันลงไป แล้วพ่นสีรองพื้นทับ ตกแต่งร่องรอยให้เรียบด้วยสีโป้ว แล้วก็ทำตามขั้นตอนปกติของการพ่นสี
การสาดสีมักทำเมื่อสีเดิมยังมีสภาพดีอยู่ เพียงแต่มีรอยขูดขีดบ้าง หรือต้องการเปลี่ยนสี รวมถึงในกรณีที่ต้องการประหยัดเงิน ความทนทานของสีใหม่จะขึ้นอยู่กับสีเดิม ที่อยู่ด้านล่าง ถ้าเมื่อไรหมดสภาพ สีใหม่ชั้นบนก็ต้องหมดสภาพไปพร้อมๆ กัน
การสาดสีไม่ใช่มีแต่ข้อเสีย แต่มีข้อดีด้วย เช่น การลอกสีทั้งที่สีเดิมยังมีสภาพดี จะทำให้เกิดความสิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งถ้าลอกไม่ดีก็อาจจะทำให้ผิวเหล็กของตัวถังช้ำ หรือน้ำยากันสนิมที่ชุบมาจากโรงงานหมดสภาพได้ ดังนั้นการพ่นสีจึงต้องพิจารณาให้ดีว่า ควรลอกสีเดิมจนถึงพื้นจริง หรือขัดผิวสีเดิมแล้วพ่นทับแบบสาดสี
วรพล สิงห์เขียวพงษ์