รถทิด้าเราโช๊คหน้าทุกคันจะมียางหัวโช๊ค ตัวนี้มีลักษณะยืดหยุ่นได้ เค้าคงออกแบบไว้ดีแล้วให้ซับแรงกระแทก แต่ในทางตรงกันข้าม ตรงนี้ก็เป็นจุดอ่อนของรถเราเช่นกัน
คือถ้าคุณออกรถมาแล้วไม่ได้โหลด โช๊คเดิมสปริงเดิม เจ้าตัวนี้ก็จะอยู๋กับเรานานหน่อย แต่ผมเคยอ่านเจอมีอยู่กระทูนึง ยางเป้าโช๊คเค้าก็ขาด แม้ว่าเค้าจะไส่โช๊คเดิมสปริงเดิม รู้สึกว่าเลขไมค์เค้าวิ่งแค่สองหมื่นกว่าโล
ยิ่งถ้าเราเอารถเราไปดัดแปลง เปลี่ยนสปริงโหลดกัน ผลที่ตามมาคือ สปริงมันจะไปยันและดันยางหัวโช๊คตลอดเวลา แน่นอนว่ายางย่อมขาดไวกว่าเดิมแน่นอน
เมื่อยางเบ้าโช๊คตัวนี้ขาดจนมันเผยอ หรือขาดออกจากกัน มันจะมีผลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่
ข้อสังเกตุเมื่อยางเบ้าโช๊คขาด
ให้เช็คดูข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วเปรียบเทียบกับอีกข้างว่าขอบๆยางยังอยู่ดีมีสุขหรือไม่ หรือว่าถึงขนาดขาดสองข้างเลยอันนี้ก็อันตรายไปกันใหญ่
จะมีเสียงกุกๆ ที่เบ้าโช๊คด้านหน้า เวลาเราขึ้นลูกระนาด หรือทางขรุขระ
และที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ก็มีสองกรณีคือ องศาของพวงมาลัยมันจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ซึ่งผมเรียกตรงนี้ว่า พวงมมาลัยมันขาดความคมไป ในการจราจรที่เรามีความจำเป็นขับขี่ให้ถึงที่หมายในเวลาจำกัดในสถานการณ์รถติดๆ เราก็ต้องมุดซ้ายบ่ายขวา อันนี้จะขาดความแม่นยำไปเล็กน้อยในการกะระยะได้
ที่สำคัญสุดคือ การใช้ความเร็วสูงและมีสิ่งคาดไม่ถึงเกิดขึ้นจนเราต้องเบรคกระทันหัน อันนี้อันตราย
สมมุติรถเราทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติใช้งานได้ดีหมด แต่ยางเบ้าโช๊คด้านใดด้านหนึ่งหรือสองข้างเกิดขาด เวลาเราเบรคกระทันหัน โมเมนตั้มของการเบรคจะเทไปอยู่ด้านหน้าเกือบหมด และโช๊คหน้าก็จะรับแรงกระทำตรงนี้ไปเต็มๆเท่าๆกัน
แต่ถ้ายางเบ้าโช๊คของคุณขาดไปข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้าง แทนที่โช๊คหน้าทั้งสองข้างจะยุบตัวเท่าๆกันเพื่อรับแรงเบรคอย่างที่มันควรจะเป็น เจ้ายางเบ้าโช๊คที่ขาดเผยอๆชำรุดอยู่ก็จะรับแรงเบรคดังกล่าวไปด้วย ทำไห้การยุบตัวของโช๊คในแต่ละข้างยุบตัวไม่เท่ากัน ผลคือ รถคุณจะเสียความสมดุลหรือศูนย์รถไม่ได้ ซึ่งโอกาศที่รถคุณจะปัดเอนไปด้านใดด้านหนึ่งนั้นมีสูง ไม่ได้เบรคตรงๆหยุดตรงๆ ยิ่งถ้าฝนตก ยิ่งไปกันใหญ่
วิธีแก้ไข ให้เข้าศูนย์บริการติดต่อสอบถามถึงวิธีการซ่อมบำรุงแก้ไขจุดบกพร่องตรงนี้(เปลี่ยนอย่างเดียว) อย่าปล่อยปะละเลยทิ้งไว้นาน เพราะเราไม่รู้ว่าบนถนนเราจะเจออะไรเมื่อไหร่ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ