***วันนี้ให้ชมพระเครื่องที่ได้รับฉายาว่า พระรอดเมืองใต้ หรือพระขรัวอีโต้ลอยน้ำ***
หลังที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงกู้อิสรภาพและตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีแล้ว มีพระเถระรูปหนึ่งในสมัยอยุธยา ที่ถูกกวาดต้อนไปยังต่างบ้าน ต่างเมืองดุจเชลยศึกสงคราม ได้เดินทางกลับ มายังราชธานีธนบุรีโดยเดินทางรอนแรมมาในป่ากับน้องสาวเพียงสองคน
ครั้นมาถึงกรุงธนบุรี มีผู้กล่าวหาว่าท่าน ทั้งที่เป็นพระสงฆ์และฆราวาสว่าต้องอาบัติ เพราะเดินทางรอนแรมกับผู้หญิงเพียงสองต่อสอง แม้ว่าท่านจะชี้แจงว่าเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน อย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ
เรื่องดำเนินมาจนถึงขั้นพิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยท่านนำเอามีดอีโต้ที่ติดตัวมาจากพม่า และใช้เป็นเครื่องกั้นแบ่งเขตเวลานอน มาอธิษฐานข้างสระน้ำในวัดเลียบ โดยอ้างถึงพระแม่คงคาเป็นพยาน ว่าหากท่านยังถือพรหมจรรย์อยู่จริงขอให้มีดอีโต้เล่มนี้ลอยน้ำ
เมื่อโยนมีดอีโต้ลงไป ปรากฎว่ามีดนั้นหาได้จมไม่ กลับลอยอยู่เป็นอัศจรรย์แต่นั้นมาบรรดาประจักษ์พยานและผู้ที่ได้ทราบ ต่างก็พากันขนานนามท่านว่า ขรัวอีโต้ลอยน้ำ
พระขรัวอีโต้ เป็นพระผู้มีวิชาความรู้ทางคาถาอาคมมาก ชาวบ้านต่างพากันให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใส และยึดถือเป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านมาโดยตลอด จนได้เป็นพระราชาคณะที่สมณศักดิ์ สมเด็จพระศรีสมโพธิราชครู
ภายหลังท่านได้สร้าง พระเนื้อผง ขนาดองค์พระเล็กกะทัดรัด ขึ้นมาเพื่อสืบพระศาสนา โดยบรรจุไว้ที่เจดีย์วัดราษฎร์บูรณะ(วัดเลียบ) จำนวนพระที่สร้างมีมากถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ ตามพระธรรมขันธ์ พระเครื่องเนื้อผงกรุนี้ชาวบ้านเรียกตามชื่อของท่านว่า พระขรัวอีโต้
พระขรัวอีโต้ ที่บรรจุเอาไว้ในองค์เจดีย์ ถูกชาวบ้านลักขุดอยู่เป็นประจำ จนในที่สุด พระได้แตกกรุอย่างเป็นทางการ เมื่อพ.ศ.๒๔๗๓ ช่วงที่ทางราชการได้ขยับขยายพื้นที่ เพื่อก่อสร้าง สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ในสมัยก่อน เซียนพระเครื่องและนักเลงโบราณที่แขวนพระขรัวอีโต้ ต่างพบเจอประสบการ แคล้วคลาด คงกระพัน และเมตตามหานิยมอยู่เนืองๆ กอรปกับมีขนาดเล็กย่อมๆคล้ายพระรอดมหาวัน จังหวัดลำพูน
จึงขนาดนามพระกรุนี้ว่า เป็นดั่งพระรอดเมืองใต้