การเปิดฝา เพื่อตีบ่าวาวล์ที่ว่าเป็นเรื่องใหญ่นี่ กับการเปลี่ยนฝาสูบเลย ไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหาได้เหมือนกันหรือปล่าวครับ
ปกติแล้ว จะเปลี่ยนฝาสูบก็ต่อเมื่อพบความเสียหายที่หน้าฝาสูบ เช่นพบรอยแตก รอยปริ หรือฝาสูบโก่งมากๆ ไม่สามารถปาดฝาได้อีกต่อไปแล้ว
การตีบ่าวาล์ว คว้านรูบ่า หรือต๊าปทำเกลียวอะไรพวกนี้ เป็นเพียงการแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดจากการใช้งานปกติ ตามระยะการใช้งานที่จำกัดของมันเท่านั้นครับ
ไม่คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนฝาใหม่ครับ หรือแม้ว่าอยากจะเปลี่ยนจริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ เพราะมีข้อจำกัดมากมายที่นอกเหนือจากที่เราคิดเอาไว้ครับ
เดี๋ยวจะลองเล่าให้ฟังคร่าวๆครับ
1. สั้นๆง่ายๆครับ จะไปหาฝาสูบมาเปลี่ยนจากที่ไหน ทิด้าเราไม่ใช่รถตลาดที่มีอะไหล่หาง่ายๆตามเชียงกงด้วยสิครับ ถึงหาได้รับรองว่าฝาที่ใช้ได้ราคาคงไม่ธรรมดาแน่นอนเลยครับ
2. ฝาสูบไม่ใช่เป็นอะไหล่ที่ถอดของเก่าออกเปลี่ยนของใหม่ไปใส่ได้ทันทีเลยครับ จะตรวจตรวจเช็คค่าต่างๆ ต้องล้างหน้าฝา (ปาดฝา) จะต้องมีการตั้งระยะต่างๆ (ก็ต้องเอาชุดแคมชาร์ฟมาประกอบแล้วตั้งวาล์วอีกอยู่ดีครับ) บ่าวาล์วที่ติดมากับฝาสูบ ถึงแม้มองดูภายนอกว่าเรียบร้อยดี ไม่ทรุด ช่างก็จะต้องส่งโรงกลึงเพื่อเจียรบ่าให้ได้องศาที่คมๆให้รองรับกับหน้าวาล์วและเป็นการป้องกันหน้าสัมผัสที่อาจจะเป็นตามดที่ไม่สามารถสังเกตได้อีกด้วย ก็เหมือนกับวาล์วแหละครับ ถึงจะแกะถุงเบิกห้างมา ก็ไม่ใช่จะเอาไปใส่ได้เลย ต้องเอาไปเจียรแต่งเช่นเดียวกันถึงจะทำให้การปิดกันมันสนิทดีครับ พออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เริ่มรู้สึกมั๊ยครับ ว่ามันก็เหมือนกับเอาฝาสูบเก่าเราเข้าโรงกลึงนั่นแหละครับ
3. ข้อนี้สำคัญในทางช่างมากๆครับ นั่นคือ ฝาสูบกับเสื้อสูบเนี่ย เค้าจะเป็นของคู่กัน ถ้าไม่จำเป็นช่างก็ไม่ค่อยอยากจะเปลี่ยนกัน เนื่องจากโลเคตต่างๆ บนฝา รูน๊อต เกลียวในที่จะขันสลักต่างๆ มันค่อนข้างจะต้องแม่นยำ อะไรที่มันเคยประกบกันมาพอดีๆ แม้จะฝาสูบรุ่นเดียวกัน เหมือนกันทุกอย่าง แต่ผ่านการใช้งานมาไม่เท่ากัน ไม่ใช่ว่าจะสามารถประกอบกันได้พอดีๆเป๊ะๆแม่นยำนะครับ รูน๊อตบนฝาตัวนี้รับแรงตบข้าง บนเสื้อมันก็ตบข้างเหมือนกัน นั่นคือรูมันจะผิดพิกัดไปด้วยกัน หากเราเอาฝาอื่นมาใส่ เดี๋ยวจะต้องตามแก้ไขรูกันอีก ถ้าช่างไม่รอบคอบขันอัดปอนด์เข้าไปเลย เดี๋ยวก็งานเข้าตามมาอีกครับ
4. นอกจากข้อจำกัดทางช่างที่กล่าวมา ยังมีข้อจำกัดทางวิศวกรรมที่ลึกลงไปอีกเพิ่มเติม นั่นคือเราไม่มีทางรู้ประวัติฝาสูบใหม่ที่เราได้มาเลย ถ้าไปเจอฝาสูบรถแท๊กซี่เข้า รถพวกนี้วิ่งกันหลายแสนกิโล บริเวณที่เป็นจุดวิกฤต เปราะบางของฝาสูบมันรับความเค้นสะสมไว้มาก ความแข็งแรงตรงบริเวณนั้นก็ต่ำลง จากที่เคยรับอัตราส่วนกลังอัดได้สูงๆ ใช้ไปนานๆ ก็รองรับกำลังอัดได้น้อยลงครับ ก็จะมีผลเรื่องการรั่วซึมตามมา
ปล. เรื่องนี้เคยมีเพื่อนๆจากคลับอื่น เข้ามาทำรถกับผมที่อู่ ยกเอาฝาสูบมาให้ผมอีกฝานึงเหมือนกันครับ บอกว่าได้ของมาตรงรุ่นให้ผมเอาเปลี่ยนให้หน่อย ผมก็มึนๆไปชั่วขณะแล้วก็ต้องมาอธิบายให้เค้าฟังแบบข้างบนนั่นแหละครับ เค้าก็เข้าใจครับ เอาฝาเดิมไปทำง่ายกว่าครับ
อ้อ ตอบคุณบวรข้างบนด้วยนะครับ ว่าอาการเริ่มเป็นยังไง
ก็เหมือนหลายๆคันของเพื่อนๆแหละครับ เดินเบาสั่น รอบสวิง อืด เสียงท่อไอเสียไม่เพราะ
แต่เราสามารถคาดเดาได้ล่วงหน้ากว่านั้นก่อนจะออกอาการได้อีกครับ ก็จากการสังเกตุอัตราการกินเชื้อเพลิงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญครับ
ถ้าเพิ่งเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมา กรองอากาศก็โอเค หัวเทียน คอล์ยโอเค ลมยางโอเค แต่ทำไมรถเรากินแก๊ส กินน้ำมันจัง เมื่อก่อนวิ่งได้ 10 โลลิตร
ทำไมตอนนี้วิ่งได้แค่แปดเอง อันนั้นก็อาจเกิดจากสาเหตุวาล์วยัน แม้จะยังไม่มีอาการออกที่รถนะครับ ส่วนระยะทางเท่าไหร่ถึงจะเป็น บอกยากครับ เพราะขับไม่เหมือนกัน แต่จากประสบการณ์โดยเฉลี่ยที่ทำๆรุ่นนี้มาเยอะ คิดว่าจะเริ่มยันที่หกหมื่นถึงแปดหมื่นกิโลครับ แล้ววาล์วก็อาจจะเริ่มรั่ว บ่าวาล์วทรุดที่ประมาณแสนสองหมื่นถึงแสนห้าหมื่นกิโลครับ ....คร่าวๆนะครับ
ส่วนคุณออย เห็นว่าอาการเยอะพอสมควรนะครับ เมล์ตอบไปแล้วนะครับ ถ้าผมเห็นว่าส่วนไหนจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น ผมขออนุญาตเอามาตอบลงในกระทู้ในภายหน้าละกันครับ